K2 Role Refresh with Worklist

ไปตามอ่านกันได้ที่นี่นะครับ https://medium.com/k2-dev-th/k2-role-refresh-with-worklist-b082ba4a3c8c

Advertisements

K2 Operation Insight using Power BI

สวัสดีครับปีใหม่ครับ ชาว K2 ทุกท่านครับ ในปี 2019 นี้ K2 Ranger เราก็มี บทความมาอัปเดทกันเหมือนเช่นเคยครับ

ในปีที่ผ่านมา กระแสของการนำ Data มาใช้ในองค์กรก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆ ที่ เริ่มพูดถึง IoT, Big Data, AI กันอย่างแพรหลาย ซึ่งจากข้อมูลเหล่านั้นเราสามารถนำไปต่อยอดได้มากเลยเลยครับ

คราวนี้ถ้าเราลองกลับมาดูในองค์กรของเราที่ใช้งาน K2 อยู่ เจ้า K2 เองก็ผลิตข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานให้กับแต่ละองค์กรเองไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเราเรียกมันว่า Operation Insight หรือข้อมูลเชิงลึกของกระบวนการต่างๆในองค์กรเรานั่นเอง

หากจำกันได้ ตอนที่ภัทรแนะนำ K2 Workspace ที่เป็น feature ใหม่ของ K2 (ตอนนี้เก่าแล้ว) จะมีเรื่องเกี่ยวกับ Operation Insight เช่นเดียวกัน  (ถ้าจำไม่ได้ลองดูวีดีโอด้านล่างครับ)


คราวนี้ หลายๆ คนก็อาจจะมีคำถามว่าแล้วถ้าเราอยากได้ ข้อมูลไปใช้กับ BI Tool ตัวอื่นๆ หละ จะทำยังไงได้บ้าง วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ

Continue reading K2 Operation Insight using Power BI

Tips : K2 Smartform : วิธีการลบรายการใน List view มากกว่าหนึ่งรายการ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ K2 Developer สำหรับวันนี้ เราก็ได้ ทิป ดีๆ จาก “คุณกาย” แห่งห้อง K2 Technical Rock มาอีกครั้งครับ ขั้นตอนทำง่ายๆ แต่น่าจะเอาไปประยุกค์ใช้ได้หลายแบบเลยทีเดียว

(จริงๆ คุณกายส่งมาให้ซักพักแล้วครับแต่ แอดฯเพิ่งมีเวลามาลงไว้ให้ครับ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

1.กำหนด Allow multiple row selection ให้เป็นแบบในรูป (เพื่อให้สามารถกด Shift ค้างไว้ และ เลือกได้มากกว่า1รายการ)

deleteMulipleItem01

2.สร้างปุ่ม “ลบรายการที่เลือก” และกำหนด Rule ดังนี้

1.สร้าง condition for each item in list view เพื่อวน Loop

2 Remove selected

3.apply the changes

deleteMulipleItem02

ทดสอบ

1.ค้นหารายการ ได้ทั้งหมด 7 รายการ
deleteMulipleItem03

2.เลือกรายการที่ต้องการลบ (4รายการ)
deleteMulipleItem04

3.กดปุ่ม “ลบรายการที่เลือก” จะเหลือ 3 รายการดังรูป
deleteMulipleItem05

How to use K2 menu system with custom values

จากบทความก่อนเรื่อง How to use “Workflow management service” (K2 Five) ของคุณเบนซ์ Thattaporn Setsittichoke มาช่วยเขียน blog แชร์ประสบการณ์ การทำงานบน K2 Five วันนี้มีมาอีก 1 หัวข้อที่น่าสนใจในการใช้งาน K2 Menu System ครับ

ใครยังไม่เคยใช้งานหรือไม่เคยได้ยินตัว K2 Menu System ลองหาอ่าน 5 extensions น่าใช้และฟรี!! ใน K2 Community (ภาคหนึ่ง) ได้ก่อนครับ

มีหลายคนบอกว่า อืมมม… K2 Menu System นี่ใช้งานง่ายมากเลย แค่ Set menu ใส่ link ใส่ภาพ ก็ได้ Menu ไว้ใช้งานแล้ว

แต่ เอ… ถ้าอยากสร้างการมองเห็นแบบ Manage เองหละ โดยไม่ต้องไปพึ่งพวก Group ของ AD เพราะส่วนใหญ่มีปัญหาตรงที่ หลายๆที่นั้นต้องไปคุยกับแผนกนู้นแผนกนี้ กว่าจะสร้าง Group ให้เราได้ก็นานซะเหลือเกิน สร้างคนเข้าไปในกลุ่มให้เราอีก ถ้าเราจัดการเองได้ก็คงไม่ต้องรอขนาดนี้ ซึ่งบทความนี้ผมจะมาบอกวิธีทั้งหมดเลยครับ ว่าสร้างยังไง แต่วิธีเยอะหน่อยนะครับ

***ขั้นตอนจะคล้ายกับ Manual ที่ K2 Menu System ให้ไว้เลยนะครับ แต่ผมเอามาอธิบายให้เข้าใจอีกที***

1. ขั้นตอนแรกให้เราไปสร้าง Table ไว้เลยครับ สร้างไว้ 2 Table นะครับ ไว้สำหรับการ Manage permission ของ menu นะครับ

  • Table แรกเป็น Table สำหรับการจัดกลุ่มของคนครับอันนี้แล้วแต่การ Design แต่ละคนเลยนะครับว่าจะสร้างละเอียดขนาดไหนอยากเก็บอะไรบ้าง
  • Table ที่ 2 จะเป็นการสร้าง Table เพื่อจัดการคนเข้าไปในกลุ่มนะครับ แล้วแต่ Design เช่นกันครับ

(บทความนี้จะสร้างแค่ Basic นะครับเพื่อความเข้าใจง่าย)

ส่วนนี้นำไปสร้างเป็น SMO > List View เพื่อ สร้างหน้า Manage ได้เลยนะครับ ส่วนข้อมูลควรใส่ยังไง ผมจะลองใส่ให้ดูครับ

me03

จากตัวอย่างนะครับ ผมกำหนด ดังนี้ครับ

  • User1 อยู่ที่กลุ่ม Admin
  • User2 อยู่ทั้งสองกลุ่ม Admin,IT
  • User3 อยู่กลุ่ม IT

2. ต่อมา ให้ไปที่ Edit From ที่เราเคยทำตัว Main หลักไว้จะเป็นลักษณะดังภาพ

me04.png

ตรงส่วนนี้เราเห็น Control Picker ตรงไหนไป Edit ที่ View นั้นต่อเลยครับ(เพราะช่วงนี้แต่ละคน Save as มาไม่เหมือนกัน แต่แก้ไขช่วงนี้ได้เหมือนกันนะ)

พอเข้ามา Edit แล้วให้ทำการสร้าง Picker อันใหม่เป็นทางที่ดีกว่าไปเปลี่ยนอันเก่านะ เพื่อไม่ให้กระทบกับอันเก่า ที่เราอาจจะมีการ Save as ไปทำตัวอื่นๆอีก ดังภาพ

me05.png

ทำการ Set SMO เข้ากับ Picker นี้เลย (ใช้ Table UserGroup > ใช้แค่ Group_ID อย่างเดียว) ดังภาพ

me06.png

การที่ Set แบบนี้ เพื่อเราจะใช้ในการ Load User ที่ทำการ Login เข้ามาแล้วทำการดูว่าอยู่กลุ่มไหนบ้าง โดยการใช้ Populate Picker โดยการโยน User เข้าที่ Picker นี้  (สามารถเข้าหน้า Rules ของ View นี้ได้เลยครับ)

me07

me08.png

me09.png

***แต่เดี๋ยวก่อน….. กรณีนี้มีบาง Version ที่ไม่สามารถ Populate ได้ สามารถแก้ไขได้ดังนี้ครับ***

Create Stored มาเพื่อทำการ transfer data ให้ picker สามารถ Return Value ได้ ดังนี้ครับ

me10.png

โดยการสร้าง Parameter Username เพื่อส่งมาจาก Form ช่วง Login และ Return Values ที่เป็นการ Concatenate String กลับไป เมื่อใช้งานผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้ครับ

me11.png

เมื่อได้แล้ว เราทำการสร้าง SMO และกลับไปที่ View ตัวที่สร้าง Picker เหมือนเดิมโดยการมา Call ตัวนี้ ดังรูป

me12.png

me13me14

เท่านี้ก็จะได้การ Load ข้อมูลตามที่เรา Set ไว้แล้วครับ โดยสามารถ Run View นี้เพื่อทดสอบการ Return ค่า โดย Login เป็น User ที่ Config ไว้ได้เลย

3. ต่อมา เมื่อได้แล้ว มีคำถามว่า อ่าววว…แล้วเอาไปใช้ตรงไหนต่อหละ แน่นอนครับ เราเข้าไปที่ที่คุ้นเคยกันได้เลยที่นี่ครับ K2 Menu System เพื่อไป Config ตัว Custom Values (K2 Menu System > Menu Items > เลือกเมนูที่ต้องการ)

me15me16

ในส่วนนี้สามารถใส่ Values ตามที่อยากให้ Group นั้นเห็นได้เลยครับ ตัวอย่างเช่น

ผมอยากให้เมนูนี้เห็นแค่ User1 ผมก็จะใส่แค่เลข 1 แต่ถ้าอยากให้ User3 เห็น ผมก็จะใส่แค่เลข 3 ตามที่เราได้ทำการ Manage ไว้ใน Table เลยครับ

ไม่ยากเลยครับแค่นี้ก็จะได้วิธีการ Set K2 Menu System แบบ Custom Values แล้ว แต่ถ้ามีส่วนไหนผมอธิบายไม่เข้าใจ สามารถกระซิบมาหาผมได้เลยครับ ที่ผมมาแชร์บทความนี้เพราะว่าหลายที่ใช้แบบนี้บ่อยและไม่ต้องการ Manage ผ่าน AD สามารถ Manage ที่ table นี้ได้เลย

ใครมีวิธีที่ดีกว่านี้สามารถแนะนำได้เลยนะครับ ขอบคุณมากเลยครับ

*** เพิ่มเติมครับ*** ถ้ามีคำถามว่า Version เก่ามันไม่เป็นแบบนี้หละ

me17.png

Version เก่าจะไม่มีในส่วนของ Custom Values ให้กรอกเราจะต้อง Custom เพิ่มอีกทีนะครับโดยการ เพิ่ม Textbox เข้าไปเพื่อให้ใส่ Values แบบ Version ใหม่นะครับ และทำการเขียน Rule Change เพื่อ Transfer Data เข้าไปที่ Permission Data label ที่ทำการ Update data อีกทีครับ เข้าดังภาพเลยนะครับ

me18me19me20me21me22

หลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้เหมือน Version ใหม่เลยครับ

หรือใครต้องการผูกการใช้งาน K2 Menu System กับ Role สามารถอ่านได้จากบทความนี้ How to use K2 Menu with Role Permission จากคุณโอ๋ ohshiki ครับ

[K2 Five] – New Identity Service for K2 5.2

สวัสดีครับช่วงนี้มากันบ่อยหน่อย เพราะมีของออกใหม่เยอะ คราวนี้เป็นคิวของ Identity Service ใหม่ที่ออกมาใช้กับ K2 5.2 กันบ้าง โดย Identity Service จะเป็น service ที่ K2 เชื่อมต่อไปยัง Identity Providers (IdP) ต่างๆ เพื่อดึงข้อมูล user ที่ใช้งานมาเก็บเป็น cache ไว้ใน K2

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่

  • ในการเข้า K2 ครั้งแรก มีโอกาสที่จะเข้าใช้ได้ช้ามาก ถ้า profile ของ user นั้นยังไม่ได้ sync
  • ในบางกรณีข้อมูล identity ไม่ได้มีการ update อย่างที่ควรจะเป็น เช่น มีการเปลี่ยนข้อมูลบางอย่าง แต่บน K2 ยังเป็นของเดิม ในกรณีนี้เราต้องไปรัน script refresh identity cache และ restart K2 service
  • version เดิมมีการทำงานที่ไม่จำเป็น เช่น ไม่ได้มีการเปลี่ยนข้อมูล profile แต่ก็ยังต้อง sync มาใหม่

Concept ของแบบใหม่

  • เพิ่มการ queries แบบ Differential
  • มี logic ในการ sync ข้อมูลที่ดีขึ้น
  • backward compatibility กับ UM SmartObjects เดิม

ขั้นตอนในการใช้งาน

  • Install หรือ Update เป็น K2 5.2
  • ลง Fix Pack ล่าสุดเท่าที่ทำได้ (ณ ตอนเขียนเป็น FP03)
  • ลง New Identity Service ถ้าเป็น server farm ให้ลงที่เครื่องเดียวก็พอ เครื่องอื่นๆ ใน farm แค่ restart K2 service หลังจากลงเรียบร้อยแล้ว

Enable New Identity Service.png

  • เมื่อลงแล้ว เราจะได้ SmartObject มา 1 ชุดที่เกี่ยวกับการทำ identity service สามารถหาได้โดย search คำว่า sync ในเมนู Integration

Sync SMO

  • ให้เราเลือกที่ “Provider Instance” method “List Provider Instances”

Provider Instance

  • SmartObject จะแสดงข้อมูลออกมาให้ดูว่า เรามีการเชื่อมต่อไปยัง IdP อะไรบ้าง อย่างในตัวอย่างเครื่องผมมีแค่ต่อกับ domain DENALLIX อย่างเดียว

Provider Instance List

  • จากนั้นให้ไปเลือกที่ SmartObject “Operation” method “Start Sync” ใส่ Provider Name เป็น K2 กับ Provider Instance Name เป็น DENALLIX

Operation Start Sync

  •  หลังจากรันแล้วจะได้หน้า result ตามด้านล่าง

Operation Start Sync Result

  • ให้เราไปลองดูใน SmartObject “Run History” method “Get Run History Entries By Date Range” ลองใส่ข้อมูลเพื่อดูว่า เรารันแล้ว sync มาได้กี่ object จะเห็นว่า ได้มา 126 objects

Run History1

Run History Result1

  • จากนั้นให้ลองไปดึงข้อมูลจาก SmartObject “UMUser” ดูรายละเอียดของ user

Get UMUser1Get UMUser Result1

  • ขั้นต่อไป เราจะลองดูว่า ถ้าเรามีการ update ข้อมูลใน AD เราต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างแรกคือ ไป update ใน AD ก่อน

AD Update.png

  • จากนั้นเราก็ไปรัน SmartObject “Operation” method “Start Sync” และลองดูผลผ่าน “Run History” อีกรอบ จะเห็นว่า รอบที่สองมีการ sync มาแค่ 1 object ที่มีการ update

Run History2

  • มาลองดูผลผ่าน “UMUser” อีกรอบ จะเห็นว่า ข้อมูล update เรียบร้อยแล้ว

Get UMUser Result2

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแบบใหม่

  • User ที่จะเข้าใช้งาน K2 ได้ ต้องถูก cache ไว้ก่อน โดย K2 จะไม่ได้เก็บ password ของ user ไว้ แต่จะเอา cache ไว้ตรวจสอบตัวตนของ user ถ้ามีตัวตนถึงจะทำการ call ไปหา AD เพื่อลดความช้าของการเข้าใช้งานครั้งแรก
  • ในกรณีที่ไม่ต้องการทำ sync แบบ manual เราสามารถสั่งให้ทำ recurring sync job ผ่าน SmartObject “Operation” method “Set Provider Schedule” ได้ แนะนำว่า ควรทำไว้ด้วย

Set Recurring

  • Support all K2 Five user managers (AD, AAD, SharePoint – on prem and online, LDAP, ADFS, SQLUM, custom UM)
  • มีแค่ AD, AAD และ SharePoint – on prem and online ที่ support Differential queries ถ้าเป็นอย่างอื่นจะทำ Full queries ทั้งหมด ดังนั้นถ้าเราจะทำ schedule อันที่ไม่ support Differential ให้ set เวลานานกว่า provider ที่ทำ Differential ได้
  • ใน version K2 5.2 เราต้องทำ Full Sync ครั้งแรก และตั้ง schedule สำหรับทำ Differential เอง แต่ใน K2 5.3 จะมีทำ Full sync และตั้ง schedule ไว้ให้ตอนลง
  • การทำงานอะไรบ้างที่ใช้ cache ที่เรา sync ไว้
    • UM SmartObjects
    • User connections
    • Designer and Management user browsing
    • WF destination group resolving
    • Worklist
    • Roles
    • Autorization
  • การทำงานอะไรบ้างที่ดึงข้อมูลจาก IdP โดยตรง
    • AD & AAD SmartObjects
    • SharePoint Management SmartObjects
    • People picker control using AD, AAD and SP SmartObjects

ใครที่ upgrade ไปเป็น K2 5.2 แล้ว ก็ลองลงกันดูได้นะครับ โดยส่วนตัวชอบตรงที่เราไม่ต้องรอเวลาให้ K2 sync เอง สามารถสั่ง sync ผ่าน SmartObject ได้เลย โดยไม่ต้อง restart service กับมี log ให้ดูว่า sync ไปเมื่อไหร่ และได้กี่อัน ถ้าเทียบกับอันเดิมที่ดูค่อนข้างยาก (เพราะต้องไปดูเป็นราย record) ถือว่า ดีกว่าเดิมเยอะทีเดียว 🙂

[K2 Five] – Server Side Events

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง server side event ที่เป็น feature ที่มีมาตั้งแต่ K2 5.1 ว่า ทำอะไรได้บ้าง และจะช่วยอะไรเราได้บ้าง

อย่างแรกเลย Server Side Event ที่มีมาให้ จะมีอยู่ 5 แบบด้วยกัน โดยจะเป็นเกี่ยวกับการ load ข้อมูลทั้งหมด

serverside01

ก่อนหน้านี้เวลาเรา load form เราจะทำผ่าน event Initializing หรือ Initialized ก็ให้เปลี่ยนมาใช้ When the server loads แทน เรามาดูผลการทดสอบกันว่า มีผลยังไงบ้าง

หน้าแรกเราใช้ View Initializing แบบปกติ กับข้อมูล 300 records ใช้เวลาในการ load 726 ms

serverside02

หน้าที่สองเราเปลี่ยนไปใช้ When server loads a View ใช้เวลาลดลงเหลือ 393 ms

serverside03

จะเห็นว่า ลดเวลาลงไปได้ประมาณครึ่งนึงเลย ถ้าใคร upgrade เป็น K2 5.1 หรือ 5.2 แล้ว ก็แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เป็น When server loads แทนครับ 🙂

Trick เล็กๆ เพื่อ UX ที่ดี

สวัสดีครับไม่ได้อัพเดทบทความมานานเลย วันนี้มี Tick เล็กๆ ในการทำให้หน้า UI ของ Smartform ให้ ประทับใจลูกค้ามาฝากกันครับ

สำหรับ K2 developer แล้ว ทราบกันดีกว่า K2 Smartform มี Theme ที่ ทำให้ K2 Smartorm ทำงานแบบ responsive เพื่อปรับการแสดงผลบน browser บน desktop/laptop หรือ mobile ได้อย่างเหมาะสม แบบนี้

ListViewUX01.png
ภาพเวลาแสดงผลผ่าน Desktop/ Laptop browser

ภาพเวลาแสดงผ่าน Mobile Browser จะเห็นว่าภาพทางซ้าย ส่วน List View มีการปรับ layout ให้สวยงาม แต่ ทางขวามือ  List View จะเบียดๆ กัน ซึ่งปกติ List View จะไม่เหมาะสมในการแสดงบน Mobile device

แต่… เรามีเทคนิคในการแก้ไขได้ ด้วยการใช้ Feature ของ K2 Smartform เองด้วยคือ

  1. K2 Smartform รองรับ View ได้มากกว่าหนึ่ง View บน Form และยังมี Rule “Show a View”, “Hide a View”
  2. K2 Smartform สร้างมาตรเช็ค condition ต่างๆ ได้ เช่น Client Platform / Screen Width และอื่นๆใ
  3. List View สามารถสร้าง Custom Column เพิ่มเติมได้
  4. มี Expression ที่ใช้ในการจัดการข้อมูล ผ่าน Data Label ที่มี Option “Warp Text” และ “Literal”

มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ก็น่าจะร้อง อ๋อ กันแล้วใช่มั้ยครับ 🙂  ด้วย feature และ option ด้านบน จะทำให้ หน้าจอ List View บนฟอร์ม ที่เปิดด้วย mobile browser สวยงามขึ้นแล้วแบบภาพนี้ครับ

ListViewUX06.png

หาก เพื่อนๆ สนใจว่าขั้นตอนการสร้างเป็นอย่างไร แบบละเอียด ลองคอมเมนท์ไว้นะครับ ผมจะหาเวลาเป็นเป็น วีดีโอไว้ให้เห็นาแบบละเอียดยิบได้เลย หวังว่า Trick ง่ายๆ ตัวนี้จะทำให้ เรามีหน้าจอ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ที่อยาก ดูข้อมูลแบบ List บน หน้าจอขนาดเล็กแล้วนะครับ

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

เปลี่ยนใจมาเขียนเพิ่ม
ขั้นแรก ให้ สร้าง View เพิ่มก่อนครับ (คลิกที่รูป ดูภาพใหญ่ๆ ชัดๆ นะครับ)
ListViewUX07-1.png

ใน Expression ก็เขียนประมาณนี้ ประกอบ HTML ปกติ
ListViewUX07-2.png

เอา วิวมาวางที่ฟอร์มเดียวกับ (ตรงนี้ ต้องคำนึงเรื่องการ execute list view ที่เกี่ยวข้องก็พอนะครับ ให้เช็คดีๆ ไม่งั้นจะทำให้ ช้าเพราะโหลดคู่
ListViewUX08

ใน Rule กำหนด แบบนี้
ListViewUX09

ใน “an advance condition” เราก็เช็ค เงื่อไขประมาณนี้ได้ หรืออาจจะเพิ่มเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสม
ListViewUX10
ลองทดลองกันดูนะครับผม 🙂

[K2 Five] – 5.2 New Feature Overview

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนานสำหรับ blog ของ K2 ranger วันนี้ผมจะมาเขียนถึง K2 5.2 ที่เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 16 Oct 2018 ว่า มีอะไรเพิ่มเติมมาให้ใช้กันบ้าง ติดตามได้ตามด้านล่างเลยครับ

New Feature

  • Workflow policy – กำหนดได้ว่า workflow instance หรือ step instance มีการ start เยอะกว่าจำนวนที่กำหนด จะทำให้ workflow instance ที่สร้างมาใหม่กลายเป็น error ไป อันนี้เอาไว้ใช้ป้องกันเรื่อง infinite loop ได้ แต่ก็ต้องระวังถ้าเราตั้งใจให้ทำ loop อยู่แล้ว อาจจะมีโอกาสไปเข้า policy นี้ได้

126

  • Workflow Conditional Start Rule – สามารถกำหนด rule สำหรับ start workflow ได้ ถ้า rule ไม่เป็นจริง จะมี error แจ้งเตือนตอน start workflow และ workflow จะไม่ถูก start

001

  • SmartBox Property Indexing – เราสามารถกำหนดได้ว่า จะให้ property ไหนของ SmartBox มี index
  • Save a form as a draft – สามารถ save draft ตอนใช้ K2 mobile แบบ offline mode ได้
  • Permission Delete – สามารถกำหนดได้ว่า ใครสามารถลบ SmartObjects, Views หรือ Forms ไหนได้ (แยกมาจากของเดิมที่ delete จะรวมอยู่ใน modify)

Enhancements

  • Call Sub Workflow – สามารถ start sub workflow แบบ multiple ได้แล้ว และสามารถสร้าง variable จากหน้าต่าง property mapper ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเปิด context browser

003

  • Task Step – เพิ่มให้ notification สามารถ CC และ BCC ให้ user คนอื่นได้ และสามารถใส่ information ของ task เช่น link to worklist item, standard action etc. ใน reminder email ได้
  • Move Line Labels – สามารถย้าย label ของ line ได้
  • Data Fields now Variables – ใน workflow ของ K2 Five data field เดิมจะกลายเป็น variable แต่จะมี text บางอย่างที่เปลี่ยนไม่ครบ ตอนนี้ก็เปลี่ยนครบแล้ว เช่น set datafield step เปลี่ยนเป็น set variables
  • SmartObject Get List Custom Filter – สามารถใส่ custom filter ได้ในการเรียก Get List method ของ SmartObject จากเดิมที่มีแค่ return first row กับ all

001-2

  • Server-Side Rule Execution – สามารถเรียกใช้งาน action แบบ server side ได้ จะช่วยทำให้ performance ดีขึ้น เพราะ execute มาจาก server เลย ไม่ต้องสั่งมาจากฝั่ง client
  • Form and View overlay opacity – ทำให้ Form หรือ View จางลงตอนที่ยัง load ข้อมูลไม่เสร็จได้
  • SmartObject Data Access – สามารถกำหนดได้ว่า user ไหนจะเห็นข้อมูลใน SmartObject ได้บ้าง เป็น feature เฉพาะ SmartBox SmartObject
  • K2 Designer Rights – กำหนดสิทธิ์การเข้า site designer ได้

kb002722-1

  • SharePoint Service Instance – หลักๆ คือทำให้ reuse กับ site ที่มี structure เหมือนกันได้ง่ายขึ้น รายละเอียดยาวๆ อ่านต่อเองได้ใน help นะครับ
  • Salesforce Service Instance – เพิ่มการเชื่อมต่อกับ Salesforce sandbox ทำให้เทสได้ง่ายขึ้น
  • Exchange Online Service Instance – สามารถใช้ On Behalf parameter สำหรับการสร้าง appointment และ task
  • REST Broker – เพิ่ม service key ที่ทำให้ customize header token ได้ และ support numeric operationID ที่ทำให้ใช้ swagger จาก Microsoft Cognitive Services APIs ได้แบบไม่มี error
  • Application Forms – ไม่ต้องย้าย folder ในการวาง form แล้ว แค่เลือกให้เป็น Application Form ก็พอ
  • Deployment Validation – ในส่วนของการ deploy SmartObject ต่อกับ SharePoint ก่อนหน้านี้จะไม่ยอมให้ deploy ถ้า structure ไม่ตรงกันทุกอย่าง แต่ใน version นี้จะยอมให้ deploy เช่น list เดิมมี id, description ส่วน list ใหม่มี id, description, sort จะ deploy ได้ โดย map แค่ columns ที่ตรงกันให้
  • Deployment logging – เป็น log ของการ deploy package เข้าระบบ ดูได้จาก stored procedure ใน database

093

  • View Flow – Click to reports – ก่อนหน้านี้ View Flow ของ K2 Five จะกดอะไรไม่ได้ ตอนนี้เวลากดจะเปิดหน้า report ที่เป็นรายละเอียดของ flow instance นั้น

สำหรับ K2 5.2 ในตอนที่ออกมา มี Fix Pack 1 ออกมาพร้อมกันด้วยนะครับ ถ้าใครจะลงก็ให้ลง Fix Pack 1 หลังจากลง K2 5.2 ด้วยนะครับ สำหรับรายละเอียดแบบเต็มๆ สามารถดูได้ใน link ด้านล่างครับ

https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.2/default.htm#Whats-New-Five/Whats-New-Five.htm

ถ้าได้ลองกันแล้วมี feedback อะไรก็มา post คุยกันได้นะครับ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าครับ

How to use K2 Menu with Role Permission

ในกรณีปกติแล้ว K2 Menu สามารถกำหนด Permission ในการเห็นแต่ละ Menu ได้ 3 ลักษณะคือ

  1. Everyone
  2. Active Directory Group
  3. Custom Security

Reference: https://www.dropbox.com/s/k5alk0if414lxxz/K2%20Menu%20System%20User%20Manual%20v1.0.1.pdf?dl=0

ซึ่งในบางกรณี เรามีความต้องการที่จะ Set K2 Menu Permission ตาม K2 Roles ที่เรามีการ Set อยู่แล้ว เราจะทำอย่างไรดี

Blog นี้จะเป็น Walk through Step ว่าเราจะเปลี่ยนจาก Custom Security มาเป็น K2 Roles ได้อย่างไร

Assumption

ควรจะมีความเข้าใจการทำงานของ Custom Security ของ K2 Menu ก่อน

K2Menu

หลักการสรุปของ K2 Menu Permission แบบ Custom Security ก็คือ เราสามารถ set ค่าว่าในแต่ละ menu จะต้องมี Custom Security อะไร ตอน Set menu

แล้วก็เราต้องเอาชื่อคนไป Resolve Table Permission อะไรซักอย่างเพื่อดูว่าคนๆนั้นมีค่า Permission ตรงกับ Menu มั้ย เช่น เรา set Menu A มีค่า custom security = 1,2 แล้วเราไป resolve ชื่อคนๆนั้น ว่ามี permission เป็น 1 เมื่อเอา 2 ค่านี้มาเปรียบเทียบกัน คนๆนี้ ก็จะสามารถเห็น Menu A ได้

เมื่อเราเข้าใจหลักการนี้ ก็ง่ายล่ะ เราก็แค่เปลี่ยนค่า 1,2 พวกนั้นเป็นชื่อ K2 Roles แทน แล้วตอน resolve ว่าคนๆนั้นมี permission อะไร ก็ไป resolve ว่าคนๆนั้น อยู่ Role อะไรแทน … เอ้าเริ่ม

  1. เปลี่ยนจากค่า Custom Security เป็นค่า Role โดยไปแก้ที่ K2MenuSystem.Level1MenuItems View โดยให้ไป get ค่า roles แทน ซึ่งอ้างอิง UMRole ได้เลย ฝั่ง setting ก็ทำแค่นี้

GetRoles

UMROLE2.

2. ฝั่ง resolve คนว่าอยู่ group ไหน ต้องอาศัย StoreProcedure นิดหน่อย ซึ่งมีเขียนใน K2Ranger ไว้แล้ว ตามนี้

CREATE PROCEDURE [dbo].[sp_FindRoleByUser] (

@pUserName NVARCHAR(447)

) AS

BEGIN

SELECT i.[Name]

FROM   [K2].[Identity].[Identity] i

INNER JOIN    [K2].[Identity].[RoleItem] r

ON     i.ID = r.IdentityID

WHERE  i.[Type] = 2

AND    r.[FQN] = @pUserName

END

เมื่อเราสร้าง Store Procedure นี้เสร็จ ก็ไปสร้าง SmartObject แล้วก็เอาคนไป Resolve เป็น Role ผ่าน Template View ที่ชื่อว่า K2MenuSystem.UserMemberShipCheck

membershipcheck

เท่านี้ก็ได้แล้ว คือหลังบ้าน set เป็น roles ส่วนหน้าบ้านก็เอาคนไป resolve กลับมาเป็น Roles

ถ้าใครเคยทำ Custom Security แบบปกติ… อ่าน blog นี้ก็น่าจะทำ Custom Security แบบ Roles ได้ไม่ยากเลยยยยย