K2 Domain Migration

Thai version

https://medium.com/k2-dev-th/k2-domain-migration-5aae8a5eb605

English version

https://medium.com/k2-dev-en/k2-domain-migration-3b490a8b3b5

View story at Medium.com

Advertisements

การเพิ่ม Tab ที่เชื่อมโยงไปยัง SaaS (เช่น Smartform) บน MS Team #1

สวัสดีครับเพื่อนๆ บล็อกนี้จะพิเศษกว่าบล็อกอื่นๆเล็กน้อย คือผมไปเจอบทความที่น่าสนใจจะเพื่อนร่วมงาน ฝั่งยุโรป เลยขออนุญาต มาแปลเป็นภาษาไทย ให้ได้อ่านกันง่ายๆครับ

บทความนี้จะเกี่ยวกับการ customize Microsoft Team ให้แสดง Smartform ของ K2 ได้ครับสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับ MS Team (ไว้ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟัง) แต่เอาเป็นว่าอ่านไปเล่นๆ ก่อน

Translated with permission from  https://www.dragan-panjkov.com/adding-third-party-saas-as-a-tab-in-microsoft-teams

Tab บน MS Team เป็นช่องทางที่ดีมากๆ สำหรับการเชื่อมโยงกับเว็บภายนอก เพื่อให้เกิดการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลเนื้อหาต่างๆ ได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ในบทความนี้จะผมจะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการเชื่อมโยง SaaS ใดๆ เข้ามาไว้ใน Tab ใน Microsoft Team และทำให้กลายเป็นแอพที่ใช้งานผ่าน MS Team

To create a Tab for Microsoft Teams, we need to do the following:
ในการจะสร้าง Tab สำหรับ MS Teams ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เราต้องตัดสินใจก่อนว่า Tab ที่เราจะเพิ่มเข้าไปนั้นจะเป็นแบบ Static หรือว่าแบบที่ Configure ได้ โดย แบบ Static จะใช้สำหรับ Personal Scope ส่วน Tab แบบที่ Configure ได้ จะสามารถใช้กับ Channel ใด หรือมากกว่าได้ หรือ อาจจะใช้กับ Group Chat ก็ได้เช่นกัน
  2. เข้าไปปรับแก้ หน้าเพจ ที่เป็น SaaS ให้รองรับการเป็น Content Page บน MS Teams ได้
  3. สำหรับ configurable tabs นั้นเราจต้องสร้างเพจสำหรับ configuration ด้วย แต่ถ้าเป็น Static Tab ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย
  4. สร้าง app manifest ด้วย Teams App Studio.
  5. ใช้งาน app ที่สร้างขึ้นมาใหม่บน MS Teams

Static Tabs กับ Configurable Tabs

ความแต่ต่างทางเทคนิคหลักๆ ระหว่าง Static Tab กับ Configurable Tab ก็คือ URL ของ Content page สำหรับ Static Tab จะเป็นการระบุฝั่งไปตรงๆ ใน app manifest ซึ่งต่างจาก Configurable Tab ตรงที่เราไม่จำเป็นต้องฝั่ง Content page ลงไปที่ app manifest,  แต่จะใช้การบอกให้ manifest ชี้ไปยัง Configuration page ที่เราสามารถระบุ content page ที่ต้องการให้ใช้บน Tab ได้อีกทีหนึ่ง

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ Tabs สามารถตามไปอ่านได้ที่: https://docs.microsoft.com/en-us/microsoftteams/platform/concepts/tabs/tabs-overview

Configure page มาใส่ไว้ใน Tab

จาก ข้อที่สองก่อนที่จะนำ content page ของเราไปใส่ใน tab เราก็ต้องตระเตรียมให้เพจของเราพร้อมเสียก่อนโดยการ เพิ่ม reference ของ Microsoft Teams JavaScript client SDK ในหน้าเพจของเราโดยสร้าง script tag ตามตัวอย่างด้วย

msteam-tab01

และที่สำคัญ configuration pages จะต้อง handle configuration ของ tab โดย (อ่านรายเอียดเพ่ิมเติม):

  • เรียกใช้งาน
    microsoftTeams.settings.setSettings

    เพื่อที่จะ configure content page และค่าอื่นๆสำหรับ tab

  • และเรียกใช้งาน
    microsoftTeams.settings.setValidityState(true);

    เพื่อจะให้แสดงปุ่มบันทึกค่าบนหน้าต่างที่แสดงขึ้นเมื่อ หน้าสำหรับ configure ถูกโหลดขึ้นมแสดงเป็นหน้าต่างอีกหน้าต่างหนึ่ง

นอกจากนี้ ทั้ง Content page และ configuration page นั่นต้องอนุญาติให้ใช้งานผ่าน iframe ได้ สำหรับรายละเอียดอื่นๆ สามารถตามอ่านได้ที่ : https://docs.microsoft.com/en-us/microsoftteams/platform/concepts/tabs/tabs-requirements

App Studio

ถึงแม้เราเราจะสามารถสร้าง app manifest บน MS Team ได้ แต่การใช้ การสร้างด้วย App Studio เป็นทางเลือกที่ดีกว่า (อ่านเพิ่มเติมได้ที่: create manifest using App Studio). App Studio ในขั้นตอนนี้จะช่วยในการ ตรวจสอบ (validations) และ ช่วยเพิ่ม setting ที่จำเป็นให้อย่างอัตโนมัติ เช่น เมื่อเราเพิ่ม URL ใน configuration page, App Studio ก็จะไปเพิ่ม domain ของเพจนั้น ใน validDomains ให้อัตโนมัติ

เราสามารถ ติดตั้ง App Studio บน MS Teams จาก Teams Store ดังภาพ:

image

และเมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถเรียกใช้ App Studio จาก MS Teams ได้:

image

เริ่มใช้งาน Apps บน MS Teams

เมื่อเราสร้าง app เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็สามารถนำมาใช้งาน MS Team ได้ โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการ upload ผ่าน link “upload a custom app” ดังภาพ

image

นอกจากนี้เราต้องเปิดการใช้งาน sideloading สำหรับ Teams apps ในส่วนของ Office 365 administration. ขั้นตอนการเปิดการใช้งานสามารถอ่านได้ที่: https://docs.microsoft.com/en-us/microsoftteams/admin-settings

ในบทความต่อไปผมจะแสดงให้เห็นวิธีการนำ SaaS อย่างเช่น K2 Smartform มาเป็นตัวอย่างในการใช้งานร่วมกับ MS Team โดย SmartForms นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ K2 blackpearl (up to v4.7) และ K2 Five ทั้ง on-premises และ บน K2 Cloud. ซึ่งช่วยให้เราสร้างหน้าจอแสดงผล ข้อมูลและอัพเดทข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง โดยใช้เพียง browser ในการสร้างและออกแบบ Smartform ผ่าน K2 Designer

Feel free to get in touch on Twitter: www.twitter.com/panjkov if you have any questions, comments or need clarifications. Any feedback is more than welcome. (ขอไม่แปลประโยคนี้นะครับ เพราะถ้าจะติดต่อไปต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เป็นอย่างน้อย)

Translated with permission from  https://www.dragan-panjkov.com/adding-third-party-saas-as-a-tab-in-microsoft-teams

สำหรับตอนแรก ขอจบเท่านี้ก่อน ตอนหน้าเราจะมาทำส่วนที่จะนำ K2 Smartform มาใส่ไว้ใน MS Team กันครับครับ
สวัสดีครับ

How to use K2 menu system with custom values

จากบทความก่อนเรื่อง How to use “Workflow management service” (K2 Five) ของคุณเบนซ์ Thattaporn Setsittichoke มาช่วยเขียน blog แชร์ประสบการณ์ การทำงานบน K2 Five วันนี้มีมาอีก 1 หัวข้อที่น่าสนใจในการใช้งาน K2 Menu System ครับ

ใครยังไม่เคยใช้งานหรือไม่เคยได้ยินตัว K2 Menu System ลองหาอ่าน 5 extensions น่าใช้และฟรี!! ใน K2 Community (ภาคหนึ่ง) ได้ก่อนครับ

มีหลายคนบอกว่า อืมมม… K2 Menu System นี่ใช้งานง่ายมากเลย แค่ Set menu ใส่ link ใส่ภาพ ก็ได้ Menu ไว้ใช้งานแล้ว

แต่ เอ… ถ้าอยากสร้างการมองเห็นแบบ Manage เองหละ โดยไม่ต้องไปพึ่งพวก Group ของ AD เพราะส่วนใหญ่มีปัญหาตรงที่ หลายๆที่นั้นต้องไปคุยกับแผนกนู้นแผนกนี้ กว่าจะสร้าง Group ให้เราได้ก็นานซะเหลือเกิน สร้างคนเข้าไปในกลุ่มให้เราอีก ถ้าเราจัดการเองได้ก็คงไม่ต้องรอขนาดนี้ ซึ่งบทความนี้ผมจะมาบอกวิธีทั้งหมดเลยครับ ว่าสร้างยังไง แต่วิธีเยอะหน่อยนะครับ

***ขั้นตอนจะคล้ายกับ Manual ที่ K2 Menu System ให้ไว้เลยนะครับ แต่ผมเอามาอธิบายให้เข้าใจอีกที***

1. ขั้นตอนแรกให้เราไปสร้าง Table ไว้เลยครับ สร้างไว้ 2 Table นะครับ ไว้สำหรับการ Manage permission ของ menu นะครับ

  • Table แรกเป็น Table สำหรับการจัดกลุ่มของคนครับอันนี้แล้วแต่การ Design แต่ละคนเลยนะครับว่าจะสร้างละเอียดขนาดไหนอยากเก็บอะไรบ้าง
  • Table ที่ 2 จะเป็นการสร้าง Table เพื่อจัดการคนเข้าไปในกลุ่มนะครับ แล้วแต่ Design เช่นกันครับ

(บทความนี้จะสร้างแค่ Basic นะครับเพื่อความเข้าใจง่าย)

ส่วนนี้นำไปสร้างเป็น SMO > List View เพื่อ สร้างหน้า Manage ได้เลยนะครับ ส่วนข้อมูลควรใส่ยังไง ผมจะลองใส่ให้ดูครับ

me03

จากตัวอย่างนะครับ ผมกำหนด ดังนี้ครับ

  • User1 อยู่ที่กลุ่ม Admin
  • User2 อยู่ทั้งสองกลุ่ม Admin,IT
  • User3 อยู่กลุ่ม IT

2. ต่อมา ให้ไปที่ Edit From ที่เราเคยทำตัว Main หลักไว้จะเป็นลักษณะดังภาพ

me04.png

ตรงส่วนนี้เราเห็น Control Picker ตรงไหนไป Edit ที่ View นั้นต่อเลยครับ(เพราะช่วงนี้แต่ละคน Save as มาไม่เหมือนกัน แต่แก้ไขช่วงนี้ได้เหมือนกันนะ)

พอเข้ามา Edit แล้วให้ทำการสร้าง Picker อันใหม่เป็นทางที่ดีกว่าไปเปลี่ยนอันเก่านะ เพื่อไม่ให้กระทบกับอันเก่า ที่เราอาจจะมีการ Save as ไปทำตัวอื่นๆอีก ดังภาพ

me05.png

ทำการ Set SMO เข้ากับ Picker นี้เลย (ใช้ Table UserGroup > ใช้แค่ Group_ID อย่างเดียว) ดังภาพ

me06.png

การที่ Set แบบนี้ เพื่อเราจะใช้ในการ Load User ที่ทำการ Login เข้ามาแล้วทำการดูว่าอยู่กลุ่มไหนบ้าง โดยการใช้ Populate Picker โดยการโยน User เข้าที่ Picker นี้  (สามารถเข้าหน้า Rules ของ View นี้ได้เลยครับ)

me07

me08.png

me09.png

***แต่เดี๋ยวก่อน….. กรณีนี้มีบาง Version ที่ไม่สามารถ Populate ได้ สามารถแก้ไขได้ดังนี้ครับ***

Create Stored มาเพื่อทำการ transfer data ให้ picker สามารถ Return Value ได้ ดังนี้ครับ

me10.png

โดยการสร้าง Parameter Username เพื่อส่งมาจาก Form ช่วง Login และ Return Values ที่เป็นการ Concatenate String กลับไป เมื่อใช้งานผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้ครับ

me11.png

เมื่อได้แล้ว เราทำการสร้าง SMO และกลับไปที่ View ตัวที่สร้าง Picker เหมือนเดิมโดยการมา Call ตัวนี้ ดังรูป

me12.png

me13me14

เท่านี้ก็จะได้การ Load ข้อมูลตามที่เรา Set ไว้แล้วครับ โดยสามารถ Run View นี้เพื่อทดสอบการ Return ค่า โดย Login เป็น User ที่ Config ไว้ได้เลย

3. ต่อมา เมื่อได้แล้ว มีคำถามว่า อ่าววว…แล้วเอาไปใช้ตรงไหนต่อหละ แน่นอนครับ เราเข้าไปที่ที่คุ้นเคยกันได้เลยที่นี่ครับ K2 Menu System เพื่อไป Config ตัว Custom Values (K2 Menu System > Menu Items > เลือกเมนูที่ต้องการ)

me15me16

ในส่วนนี้สามารถใส่ Values ตามที่อยากให้ Group นั้นเห็นได้เลยครับ ตัวอย่างเช่น

ผมอยากให้เมนูนี้เห็นแค่ User1 ผมก็จะใส่แค่เลข 1 แต่ถ้าอยากให้ User3 เห็น ผมก็จะใส่แค่เลข 3 ตามที่เราได้ทำการ Manage ไว้ใน Table เลยครับ

ไม่ยากเลยครับแค่นี้ก็จะได้วิธีการ Set K2 Menu System แบบ Custom Values แล้ว แต่ถ้ามีส่วนไหนผมอธิบายไม่เข้าใจ สามารถกระซิบมาหาผมได้เลยครับ ที่ผมมาแชร์บทความนี้เพราะว่าหลายที่ใช้แบบนี้บ่อยและไม่ต้องการ Manage ผ่าน AD สามารถ Manage ที่ table นี้ได้เลย

ใครมีวิธีที่ดีกว่านี้สามารถแนะนำได้เลยนะครับ ขอบคุณมากเลยครับ

*** เพิ่มเติมครับ*** ถ้ามีคำถามว่า Version เก่ามันไม่เป็นแบบนี้หละ

me17.png

Version เก่าจะไม่มีในส่วนของ Custom Values ให้กรอกเราจะต้อง Custom เพิ่มอีกทีนะครับโดยการ เพิ่ม Textbox เข้าไปเพื่อให้ใส่ Values แบบ Version ใหม่นะครับ และทำการเขียน Rule Change เพื่อ Transfer Data เข้าไปที่ Permission Data label ที่ทำการ Update data อีกทีครับ เข้าดังภาพเลยนะครับ

me18me19me20me21me22

หลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้เหมือน Version ใหม่เลยครับ

หรือใครต้องการผูกการใช้งาน K2 Menu System กับ Role สามารถอ่านได้จากบทความนี้ How to use K2 Menu with Role Permission จากคุณโอ๋ ohshiki ครับ

[K2 Five] – New Identity Service for K2 5.2

สวัสดีครับช่วงนี้มากันบ่อยหน่อย เพราะมีของออกใหม่เยอะ คราวนี้เป็นคิวของ Identity Service ใหม่ที่ออกมาใช้กับ K2 5.2 กันบ้าง โดย Identity Service จะเป็น service ที่ K2 เชื่อมต่อไปยัง Identity Providers (IdP) ต่างๆ เพื่อดึงข้อมูล user ที่ใช้งานมาเก็บเป็น cache ไว้ใน K2

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่

  • ในการเข้า K2 ครั้งแรก มีโอกาสที่จะเข้าใช้ได้ช้ามาก ถ้า profile ของ user นั้นยังไม่ได้ sync
  • ในบางกรณีข้อมูล identity ไม่ได้มีการ update อย่างที่ควรจะเป็น เช่น มีการเปลี่ยนข้อมูลบางอย่าง แต่บน K2 ยังเป็นของเดิม ในกรณีนี้เราต้องไปรัน script refresh identity cache และ restart K2 service
  • version เดิมมีการทำงานที่ไม่จำเป็น เช่น ไม่ได้มีการเปลี่ยนข้อมูล profile แต่ก็ยังต้อง sync มาใหม่

Concept ของแบบใหม่

  • เพิ่มการ queries แบบ Differential
  • มี logic ในการ sync ข้อมูลที่ดีขึ้น
  • backward compatibility กับ UM SmartObjects เดิม

ขั้นตอนในการใช้งาน

  • Install หรือ Update เป็น K2 5.2
  • ลง Fix Pack ล่าสุดเท่าที่ทำได้ (ณ ตอนเขียนเป็น FP03)
  • ลง New Identity Service ถ้าเป็น server farm ให้ลงที่เครื่องเดียวก็พอ เครื่องอื่นๆ ใน farm แค่ restart K2 service หลังจากลงเรียบร้อยแล้ว

Enable New Identity Service.png

  • เมื่อลงแล้ว เราจะได้ SmartObject มา 1 ชุดที่เกี่ยวกับการทำ identity service สามารถหาได้โดย search คำว่า sync ในเมนู Integration

Sync SMO

  • ให้เราเลือกที่ “Provider Instance” method “List Provider Instances”

Provider Instance

  • SmartObject จะแสดงข้อมูลออกมาให้ดูว่า เรามีการเชื่อมต่อไปยัง IdP อะไรบ้าง อย่างในตัวอย่างเครื่องผมมีแค่ต่อกับ domain DENALLIX อย่างเดียว

Provider Instance List

  • จากนั้นให้ไปเลือกที่ SmartObject “Operation” method “Start Sync” ใส่ Provider Name เป็น K2 กับ Provider Instance Name เป็น DENALLIX

Operation Start Sync

  •  หลังจากรันแล้วจะได้หน้า result ตามด้านล่าง

Operation Start Sync Result

  • ให้เราไปลองดูใน SmartObject “Run History” method “Get Run History Entries By Date Range” ลองใส่ข้อมูลเพื่อดูว่า เรารันแล้ว sync มาได้กี่ object จะเห็นว่า ได้มา 126 objects

Run History1

Run History Result1

  • จากนั้นให้ลองไปดึงข้อมูลจาก SmartObject “UMUser” ดูรายละเอียดของ user

Get UMUser1Get UMUser Result1

  • ขั้นต่อไป เราจะลองดูว่า ถ้าเรามีการ update ข้อมูลใน AD เราต้องทำอย่างไรบ้าง อย่างแรกคือ ไป update ใน AD ก่อน

AD Update.png

  • จากนั้นเราก็ไปรัน SmartObject “Operation” method “Start Sync” และลองดูผลผ่าน “Run History” อีกรอบ จะเห็นว่า รอบที่สองมีการ sync มาแค่ 1 object ที่มีการ update

Run History2

  • มาลองดูผลผ่าน “UMUser” อีกรอบ จะเห็นว่า ข้อมูล update เรียบร้อยแล้ว

Get UMUser Result2

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแบบใหม่

  • User ที่จะเข้าใช้งาน K2 ได้ ต้องถูก cache ไว้ก่อน โดย K2 จะไม่ได้เก็บ password ของ user ไว้ แต่จะเอา cache ไว้ตรวจสอบตัวตนของ user ถ้ามีตัวตนถึงจะทำการ call ไปหา AD เพื่อลดความช้าของการเข้าใช้งานครั้งแรก
  • ในกรณีที่ไม่ต้องการทำ sync แบบ manual เราสามารถสั่งให้ทำ recurring sync job ผ่าน SmartObject “Operation” method “Set Provider Schedule” ได้ แนะนำว่า ควรทำไว้ด้วย

Set Recurring

  • Support all K2 Five user managers (AD, AAD, SharePoint – on prem and online, LDAP, ADFS, SQLUM, custom UM)
  • มีแค่ AD, AAD และ SharePoint – on prem and online ที่ support Differential queries ถ้าเป็นอย่างอื่นจะทำ Full queries ทั้งหมด ดังนั้นถ้าเราจะทำ schedule อันที่ไม่ support Differential ให้ set เวลานานกว่า provider ที่ทำ Differential ได้
  • ใน version K2 5.2 เราต้องทำ Full Sync ครั้งแรก และตั้ง schedule สำหรับทำ Differential เอง แต่ใน K2 5.3 จะมีทำ Full sync และตั้ง schedule ไว้ให้ตอนลง
  • การทำงานอะไรบ้างที่ใช้ cache ที่เรา sync ไว้
    • UM SmartObjects
    • User connections
    • Designer and Management user browsing
    • WF destination group resolving
    • Worklist
    • Roles
    • Autorization
  • การทำงานอะไรบ้างที่ดึงข้อมูลจาก IdP โดยตรง
    • AD & AAD SmartObjects
    • SharePoint Management SmartObjects
    • People picker control using AD, AAD and SP SmartObjects

ใครที่ upgrade ไปเป็น K2 5.2 แล้ว ก็ลองลงกันดูได้นะครับ โดยส่วนตัวชอบตรงที่เราไม่ต้องรอเวลาให้ K2 sync เอง สามารถสั่ง sync ผ่าน SmartObject ได้เลย โดยไม่ต้อง restart service กับมี log ให้ดูว่า sync ไปเมื่อไหร่ และได้กี่อัน ถ้าเทียบกับอันเดิมที่ดูค่อนข้างยาก (เพราะต้องไปดูเป็นราย record) ถือว่า ดีกว่าเดิมเยอะทีเดียว 🙂

[K2 Five] – Server Side Events

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง server side event ที่เป็น feature ที่มีมาตั้งแต่ K2 5.1 ว่า ทำอะไรได้บ้าง และจะช่วยอะไรเราได้บ้าง

อย่างแรกเลย Server Side Event ที่มีมาให้ จะมีอยู่ 5 แบบด้วยกัน โดยจะเป็นเกี่ยวกับการ load ข้อมูลทั้งหมด

serverside01

ก่อนหน้านี้เวลาเรา load form เราจะทำผ่าน event Initializing หรือ Initialized ก็ให้เปลี่ยนมาใช้ When the server loads แทน เรามาดูผลการทดสอบกันว่า มีผลยังไงบ้าง

หน้าแรกเราใช้ View Initializing แบบปกติ กับข้อมูล 300 records ใช้เวลาในการ load 726 ms

serverside02

หน้าที่สองเราเปลี่ยนไปใช้ When server loads a View ใช้เวลาลดลงเหลือ 393 ms

serverside03

จะเห็นว่า ลดเวลาลงไปได้ประมาณครึ่งนึงเลย ถ้าใคร upgrade เป็น K2 5.1 หรือ 5.2 แล้ว ก็แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เป็น When server loads แทนครับ 🙂

[K2 Five] – 5.2 New Feature Overview

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนานสำหรับ blog ของ K2 ranger วันนี้ผมจะมาเขียนถึง K2 5.2 ที่เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 16 Oct 2018 ว่า มีอะไรเพิ่มเติมมาให้ใช้กันบ้าง ติดตามได้ตามด้านล่างเลยครับ

New Feature

  • Workflow policy – กำหนดได้ว่า workflow instance หรือ step instance มีการ start เยอะกว่าจำนวนที่กำหนด จะทำให้ workflow instance ที่สร้างมาใหม่กลายเป็น error ไป อันนี้เอาไว้ใช้ป้องกันเรื่อง infinite loop ได้ แต่ก็ต้องระวังถ้าเราตั้งใจให้ทำ loop อยู่แล้ว อาจจะมีโอกาสไปเข้า policy นี้ได้

126

  • Workflow Conditional Start Rule – สามารถกำหนด rule สำหรับ start workflow ได้ ถ้า rule ไม่เป็นจริง จะมี error แจ้งเตือนตอน start workflow และ workflow จะไม่ถูก start

001

  • SmartBox Property Indexing – เราสามารถกำหนดได้ว่า จะให้ property ไหนของ SmartBox มี index
  • Save a form as a draft – สามารถ save draft ตอนใช้ K2 mobile แบบ offline mode ได้
  • Permission Delete – สามารถกำหนดได้ว่า ใครสามารถลบ SmartObjects, Views หรือ Forms ไหนได้ (แยกมาจากของเดิมที่ delete จะรวมอยู่ใน modify)

Enhancements

  • Call Sub Workflow – สามารถ start sub workflow แบบ multiple ได้แล้ว และสามารถสร้าง variable จากหน้าต่าง property mapper ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเปิด context browser

003

  • Task Step – เพิ่มให้ notification สามารถ CC และ BCC ให้ user คนอื่นได้ และสามารถใส่ information ของ task เช่น link to worklist item, standard action etc. ใน reminder email ได้
  • Move Line Labels – สามารถย้าย label ของ line ได้
  • Data Fields now Variables – ใน workflow ของ K2 Five data field เดิมจะกลายเป็น variable แต่จะมี text บางอย่างที่เปลี่ยนไม่ครบ ตอนนี้ก็เปลี่ยนครบแล้ว เช่น set datafield step เปลี่ยนเป็น set variables
  • SmartObject Get List Custom Filter – สามารถใส่ custom filter ได้ในการเรียก Get List method ของ SmartObject จากเดิมที่มีแค่ return first row กับ all

001-2

  • Server-Side Rule Execution – สามารถเรียกใช้งาน action แบบ server side ได้ จะช่วยทำให้ performance ดีขึ้น เพราะ execute มาจาก server เลย ไม่ต้องสั่งมาจากฝั่ง client
  • Form and View overlay opacity – ทำให้ Form หรือ View จางลงตอนที่ยัง load ข้อมูลไม่เสร็จได้
  • SmartObject Data Access – สามารถกำหนดได้ว่า user ไหนจะเห็นข้อมูลใน SmartObject ได้บ้าง เป็น feature เฉพาะ SmartBox SmartObject
  • K2 Designer Rights – กำหนดสิทธิ์การเข้า site designer ได้

kb002722-1

  • SharePoint Service Instance – หลักๆ คือทำให้ reuse กับ site ที่มี structure เหมือนกันได้ง่ายขึ้น รายละเอียดยาวๆ อ่านต่อเองได้ใน help นะครับ
  • Salesforce Service Instance – เพิ่มการเชื่อมต่อกับ Salesforce sandbox ทำให้เทสได้ง่ายขึ้น
  • Exchange Online Service Instance – สามารถใช้ On Behalf parameter สำหรับการสร้าง appointment และ task
  • REST Broker – เพิ่ม service key ที่ทำให้ customize header token ได้ และ support numeric operationID ที่ทำให้ใช้ swagger จาก Microsoft Cognitive Services APIs ได้แบบไม่มี error
  • Application Forms – ไม่ต้องย้าย folder ในการวาง form แล้ว แค่เลือกให้เป็น Application Form ก็พอ
  • Deployment Validation – ในส่วนของการ deploy SmartObject ต่อกับ SharePoint ก่อนหน้านี้จะไม่ยอมให้ deploy ถ้า structure ไม่ตรงกันทุกอย่าง แต่ใน version นี้จะยอมให้ deploy เช่น list เดิมมี id, description ส่วน list ใหม่มี id, description, sort จะ deploy ได้ โดย map แค่ columns ที่ตรงกันให้
  • Deployment logging – เป็น log ของการ deploy package เข้าระบบ ดูได้จาก stored procedure ใน database

093

  • View Flow – Click to reports – ก่อนหน้านี้ View Flow ของ K2 Five จะกดอะไรไม่ได้ ตอนนี้เวลากดจะเปิดหน้า report ที่เป็นรายละเอียดของ flow instance นั้น

สำหรับ K2 5.2 ในตอนที่ออกมา มี Fix Pack 1 ออกมาพร้อมกันด้วยนะครับ ถ้าใครจะลงก็ให้ลง Fix Pack 1 หลังจากลง K2 5.2 ด้วยนะครับ สำหรับรายละเอียดแบบเต็มๆ สามารถดูได้ใน link ด้านล่างครับ

https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.2/default.htm#Whats-New-Five/Whats-New-Five.htm

ถ้าได้ลองกันแล้วมี feedback อะไรก็มา post คุยกันได้นะครับ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าครับ

[K2 Five] – How to start multiple sub workflow [TH]

สวัสดีครับ พอดีช่วงนี้มีคำถามเกี่ยวกับการ start sub workflow ตามจำนวนของงานที่เราเก็บไว้ใน database เข้ามา ถ้าใครเคยทำใน version เก่าอยู่ก็จะงงๆ อยู่ เพราะไม่เหมือนเดิมเลย แต่ก่อนที่เราจะไปถึงวิธีทำ มาพูดถึง scenario ที่ทำไม่ได้ก่อนดีกว่า

ใน workflow version เก่า เราสามารถ start sub workflow หลายๆ workflow พร้อมกัน ทั้งแบบ sync (รอ sub workflow ตอบกลับ) และ async (ไม่รอ sub workflow ตอบกลับ) โดย sub workflow ทั้งหมดจะถูก start พร้อมๆ กัน แต่ใน version K2 Five จะ start sub workflow พร้อมๆ กัน ได้แค่เคสของ async นะครับ ถ้าเป็นเคส sync จะ start แล้วรอให้ทำ sub workflow จบ ถึงจะ start อันถัดไปได้

มาเริ่มกันเลยดีกว่า สิ่งที่เราต้องมีก็ตามด้านล่าง

  • SmartObject ที่ต่อกับ table ที่เราจะดึงข้อมูลออกมา
  • Sub Workflow (แน่ล่ะ ไม่งั้นจะ start อะไร)
  • Main Workflow

SmartObject

จะเป็น structure แบบไหนก็ได้ แต่ควรจะมี status, ชื่อคนที่เราจะส่งงานให้ กับ id ของ main (ในที่นี้ผมใช้เป็น HeaderID) เอาไว้ filter เพื่อ start sub workflow

SMO

Sub Workflow

หลัง start workflow ก็จะมี update status และส่งงานไปหา user ที่เรากำหนดใน table

Sub Workflow

ส่วนที่เราต้องมีก็คือ variable สำหรับรับค่ามาจาก Main Workflow

Variables

Main Workflow

Main Workflow

Create Reference Step

สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ step Create Reference เราจะต้องเลือก SmartObject นำมาเป็น reference เพื่อให้ step Loop เอาไปใช้

CreateReference1

ใน Filter เราใส่เพื่อดึงเอาเฉพาะ record ที่ Status = New และ HeaderID เท่ากับค่าที่ใส่มาใน Variable HeaderID

ที่ด้านล่างจะมีส่วนที่เรียกว่า Fill Reference ให้เรากด Create designer จะสร้าง Reference ให้เรา เป็นอันจบการ set reference

Loop Step

มาต่อกันที่ loop เมื่อลาก loop step แล้ว จะมีให้เราเลือกว่า จะ loop จาก reference อันไหน ให้เราเลือก reference ที่เราสร้างไว้

Loop1

หลังจากเลือก reference แล้ว K2 จะสร้าง reference เพิ่มให้เราอีกอัน เป็น reference ของ current row ที่เรากำลัง loop อยู่ คือ TaskAssignment.SMO Item ตามรูปด้านล่าง

Loop2

Call Sub Workflow Step

มาถึง Call Sub Workflow ให้เราเลือก Workflow ที่เราต้องการใช้งาน, ไม่เลือก Wait for sub workflow to complete และเอาข้อมูลจาก current item มาส่งเข้าไปใน variables ที่เราสร้างไว้ (มีใส่ id ไว้ใน folio ด้วย จะได้แยกออกว่า อันนี้เป็น sub workflow อันไหน)

CallSubworkflow

Test

เมื่อทำเสร็จแล้วก็มาทดสอบกัน โดยใส่ข้อมูลไว้ตามด้านล่าง

TestSubWorkflow1

ไปที่ Management Site ในการทดสอบ ผมใช้ HeaderID = 3

มาดูผลกันในหน้า report จะเห็นว่า เรา start Main workflow และมี IPC ที่เกี่ยวข้อง 2 instances

TestSubWorkflow4

TestSubWorkflow5

TestSubWorkflow6

ตัวอย่างนี้ทำด้วย K2 5.1 นะครับ แต่สำหรับ K2 5.0 วิธีทำก็จะเหมือนๆ กันครับ หวังว่า จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องทำนะครับ 🙂

K2 5.1 New Feature Overview

สวัสดีครับ ในช่วงก่อนหน้านี้ K2 ได้ release version ใหม่ที่เป็น K2 5.1 ออกมา มีหลายคนถามมาว่า มีอะไรใหม่ๆ บ้าง เลยขอรวบรวมมาเขียนใน blog รอบนี้ซะเลย ลองดูได้ตามด้านล่างแล้วกันครับ 🙂

  • K2 App

จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ pre-built application ที่สามารถ download และ deploy เพื่อใช้งานได้เลย ก่อนหน้านี้เราจะรู้จักกันในชื่อ Smart Starter หรือถ้าก่อนหน้านั้นอีกจะชื่อ Application Accelerators กับอีกส่วนที่ เราสามารถเลือก form หรือ workflow ที่เป็นแบบ template มาสร้าง application ซึ่งอันนี้จะเรียกว่า App Wizards โดยเราเลือกยังสามารถ customize บางส่วนเพิ่มเติมได้ด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.1/default.htm#Apps/Create/Create-Apps.htm%3FTocPath%3DCreate%7CApps%7C_____0

016

ตัวอย่างหน้าจอการเลือก template ของ App Wizards

  • Exchange Service Type

ต่อกับ Exchange Server ผ่าน REST service (ต่างจากตัวเดิมที่ต้อง configure ผ่าน setup manager แต่อันนี้ new ในผ่าน SmartObject Service Tester หรือ Management Site ได้เลย สามารถจัดการ appointment, email, attachment ต่างๆ ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.1/default.htm#ServiceBrokers/Exchange/Exchange.htm%3FTocPath%3DAdminister%7CK2%2520Management%7CIntegration%7CService%2520Types%7C_____10

  • Salesforce Service Type

เป็นตัว update จาก Salesforce service type เดิม รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.1/default.htm#ServiceBrokers/SalesForce/SalesforceInstance.htm%3FTocPath%3DAdminister%7CK2%2520Management%7CIntegration%7CService%2520Types%7C_____17

  • Workflow Designer

ทำ Undo/Redo กับ Cut/Copy/Paste ได้ กับจะมีการแจ้งเตือนเป็นรูปเครื่องมือข้างล่าง ถ้าเราเขียน workflow เป็น looping แบบรูปด้านล่าง

Loop

  • Theme

เพิ่ม theme responsive ใหม่คือ Blue Void กับ Grey Void

  • Server-side Rule

เพิ่ม server-side rule เพื่อให้ทำงานแบบที่ไม่ต้องมี round-trip จาก client ไป server เช่น พวก set control properties

Server-side rule

  • Export to Excel ใน List View

เพิ่ม function export ข้อมูลจาก list view ไป excel โดยจะเป็น method ที่ผูกติดอยู่กับทุก list view เลย

Export to excel

  • Smartbox Data Encryption

สามารถ encrypt data ใน SmartObject ที่ใช้ Smartbox ได้ โดยสามารถเลือกเป็นบาง properties ใน SmartObject ได้

  • Smartbox SmartObject Property Settings

มี setting เพิ่มสำหรับบาง datatype

Text – Constant Size, Maximum Size

Time – Precision

Decimal – Decimal Places

  • Smartbox Own Schema

การสร้าง table ของ Smartbox ไม่ได้สร้างที่ dbo แล้ว แต่จะเป็น Schema ชื่อ SmartboxData แทน

  • Service Method Links

สำหรับ Composite SmartObject เราสามารถ set up Service Method Link ได้แล้ว (ซะที)

  • App Switcher

ที่ด้านบนซ้ายของ site Management กับ Workspace จะมี link ให้กดสำหรับเปลี่ยนไป Site อื่น หรือ App อื่นใน Workspace ได้

Switcher

  • Multi-select Process Instances

ทำ Stop, Delete หรือ Restart ได้หลาย Instance พร้อมกัน

  • Delete Category

สามารถ delete ทั้ง category ได้แล้ว ถึงแม้จะมี object อยู่ใน category นั้นก็ตาม (เมื่อก่อนต้องลบ object ให้หมดก่อน)

Delete Category

  • Authorization Framework

มี permission สำหรับ K2 object เช่น

View – ดู object ตอน design time ได้

Execute – ใช้ object ตอน runtime

Modify – Edit, delete, rename object

Security – ให้สิทธิกับ user อื่นๆ ได้

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ https://help.k2.com/onlinehelp/k2five/userguide/5.1/default.htm#AuthorizationFramework/Authorization-Framework-Overview.htm?Highlight=authorization%20framework

  • API

เพิ่ม OAuth authentication สำหรับ Odata กับ Workflow API มี version แล้ว (สำหรับทำ backward compatibility ในอนาคต เพราะอาจจะมีการเปลี่ยน method หรือข้อมูลอย่างอื่นได้)

 

สำหรับ K2 5.1 New Feature Overview ก็มีเท่านี้นะครับ พบกันใหม่คราวหน้าครับ 🙂