Trick เล็กๆ เพื่อ UX ที่ดี

สวัสดีครับไม่ได้อัพเดทบทความมานานเลย วันนี้มี Tick เล็กๆ ในการทำให้หน้า UI ของ Smartform ให้ ประทับใจลูกค้ามาฝากกันครับ

สำหรับ K2 developer แล้ว ทราบกันดีกว่า K2 Smartform มี Theme ที่ ทำให้ K2 Smartorm ทำงานแบบ responsive เพื่อปรับการแสดงผลบน browser บน desktop/laptop หรือ mobile ได้อย่างเหมาะสม แบบนี้

ListViewUX01.png
ภาพเวลาแสดงผลผ่าน Desktop/ Laptop browser

ภาพเวลาแสดงผ่าน Mobile Browser จะเห็นว่าภาพทางซ้าย ส่วน List View มีการปรับ layout ให้สวยงาม แต่ ทางขวามือ  List View จะเบียดๆ กัน ซึ่งปกติ List View จะไม่เหมาะสมในการแสดงบน Mobile device

แต่… เรามีเทคนิคในการแก้ไขได้ ด้วยการใช้ Feature ของ K2 Smartform เองด้วยคือ

  1. K2 Smartform รองรับ View ได้มากกว่าหนึ่ง View บน Form และยังมี Rule “Show a View”, “Hide a View”
  2. K2 Smartform สร้างมาตรเช็ค condition ต่างๆ ได้ เช่น Client Platform / Screen Width และอื่นๆใ
  3. List View สามารถสร้าง Custom Column เพิ่มเติมได้
  4. มี Expression ที่ใช้ในการจัดการข้อมูล ผ่าน Data Label ที่มี Option “Warp Text” และ “Literal”

มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ก็น่าจะร้อง อ๋อ กันแล้วใช่มั้ยครับ 🙂  ด้วย feature และ option ด้านบน จะทำให้ หน้าจอ List View บนฟอร์ม ที่เปิดด้วย mobile browser สวยงามขึ้นแล้วแบบภาพนี้ครับ

ListViewUX06.png

หาก เพื่อนๆ สนใจว่าขั้นตอนการสร้างเป็นอย่างไร แบบละเอียด ลองคอมเมนท์ไว้นะครับ ผมจะหาเวลาเป็นเป็น วีดีโอไว้ให้เห็นาแบบละเอียดยิบได้เลย หวังว่า Trick ง่ายๆ ตัวนี้จะทำให้ เรามีหน้าจอ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ที่อยาก ดูข้อมูลแบบ List บน หน้าจอขนาดเล็กแล้วนะครับ

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

เปลี่ยนใจมาเขียนเพิ่ม
ขั้นแรก ให้ สร้าง View เพิ่มก่อนครับ (คลิกที่รูป ดูภาพใหญ่ๆ ชัดๆ นะครับ)
ListViewUX07-1.png

ใน Expression ก็เขียนประมาณนี้ ประกอบ HTML ปกติ
ListViewUX07-2.png

เอา วิวมาวางที่ฟอร์มเดียวกับ (ตรงนี้ ต้องคำนึงเรื่องการ execute list view ที่เกี่ยวข้องก็พอนะครับ ให้เช็คดีๆ ไม่งั้นจะทำให้ ช้าเพราะโหลดคู่
ListViewUX08

ใน Rule กำหนด แบบนี้
ListViewUX09

ใน “an advance condition” เราก็เช็ค เงื่อไขประมาณนี้ได้ หรืออาจจะเพิ่มเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสม
ListViewUX10
ลองทดลองกันดูนะครับผม 🙂

Advertisements

[Management] – Search Role in K2 [EN Version]

Today we’ll take about role in K2. We know that K2 Role use to manage group of user when we didn’t use AD group. We can create and manage role using Management console in workspace (K2 version prior to K2 Five) or using K2 Management site (K2 version 4.7 and K2 Five). But the thing that still missing is search function.

Imagine that if we have more than 100 roles in system and want to add/remove user in role or want to know which user belong to which role? How can we solve this problem? Today I got a tool for you. Please follow below step

  • Create stored procedure using script below in any database that can reach K2. You can also create in K2 database but please be aware. Because when we upgrade version or patch the stored procedure may be disappear.

CREATE PROCEDURE [dbo].[sp_FindRoleByUser] (

@pUserName NVARCHAR(447)

) AS

BEGIN

SELECT i.[Name]

FROM   [K2].[Identity].[Identity] i

INNER JOIN    [K2].[Identity].[RoleItem] r

ON     i.ID = r.IdentityID

WHERE  i.[Type] = 2

AND    r.[FQN] = @pUserName

END

After deploy you can use form at {url}/Runtime/Runtime/Form/UserRole.Form/

Hope this can help you when working with role 🙂

[Management] – Search Role ใน K2 [TH Version]

สวัสดีครับ ไม่ได้มา update blog ซะนาน วันนี้มาด้วยเรื่องของ role ใน K2 หลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า Role ไว้ใช้เวลาที่เราอยากส่งงานไปหาคนหลายๆ คน แต่เราไม่มี group บน AD ก็เลยมาใช้ระบบจัดการใน K2 แทน วิธีใช้งานก็ไม่ยาก สามารถเข้าไปเพิ่ม Role ผ่านหน้า workspace (ก่อน K2 Five) หรือผ่านหน้า Management (K2 4.7 และ K2 Five) ได้เลย แต่สิ่งที่หายไปสำหรับ Role ใน K2 นี้ก็คือ ไม่มี function ในการ search นั่นเอง

ลองนึกถึงเวลาที่เรามี Role เยอะๆ มากกว่า  100 ขึ้นไป (จริงๆ แค่ประมาณสิบปลายๆ ก็แย่แล้ว) แล้วต้องการเข้าไปแก้ไขคนใน role หรืออยากจะรู้ว่า user นี้อยู่ใน Role ไหนบ้าง จะทำยังไงดี?? วันนี้เรามี tool มีนำเสนอ โดยทำตาม step ด้านล่าง

  • สร้าง stored procedure ตาม script ด้านล่างใน database ที่เห็น database K2 จะสร้างไว้ใน database K2 ก็ได้ แต่ว่า ถ้ามีการ upgrade version หรือ patch stored procedure นี้อาจจะหายไปได้

CREATE PROCEDURE [dbo].[sp_FindRoleByUser] (

@pUserName NVARCHAR(447)

) AS

BEGIN

SELECT i.[Name]

FROM   [K2].[Identity].[Identity] i

INNER JOIN    [K2].[Identity].[RoleItem] r

ON     i.ID = r.IdentityID

WHERE  i.[Type] = 2

AND    r.[FQN] = @pUserName

END

เมื่อ deploy แล้วสามารถใช้งาน form ได้ที่ {url}/Runtime/Runtime/Form/UserRole.Form/

หวังว่า จะช่วยทำให้ชีวิตในการใช้ Role ของทุกคนง่ายขึ้นนะครับ 🙂

[K2 smartform] VLog – ตัวอย่างการใช้งาน BarCode/ QRCode

สวัสดีครับไม่ได้เขียน Blog มาซักพักนึงวันนี้ เอาตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน BarCode reader control ที่สามารถอ่าน ได้ทั้ง Barcode และ QR Code มาให้ลองดูกันเล่นๆ ครับ ลองไปดูกันเลย

Continue reading [K2 smartform] VLog – ตัวอย่างการใช้งาน BarCode/ QRCode

[K2 smartform] เพิ่ม Select All check box ให้กับ List View

สวัสดีครับเพื่อนๆ จากคราวที่แล้ว ที่คุณกายได้มาแชร์เรื่อง การทำ Check Box บน List View ก็มีคำถามเพิ่มเติมเข้ามาว่า แล้วอยากทำ Select All จะมีแนวทางอย่างไร คุณกายเลยเพิ่มเติมเข้ามาให้ครบ ลองมาดูกันครับผม

การเพิ่ม Select All

เพิ่ม Rule ไปที่ ChkAll

การตรวจสอบวันหยุดจาก “Special & Exception Dates”

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีบทความ Trick & Tip มาฝากเพื่อนๆ อีกเช่นเคย บทความนี้ได้รับการแบ่งปันมาจาก “คุณกาย” แห่งห้อง K2 Technical Rock ครับ หากเพื่อน สนใจอยากส่งบทความเข้ามาบ้างสามารถแจ้งมาได้ที่ narapat@k2.com ได้เลยนะครับผม

สำหรับ การตรวจสอบวันหยุดจาก “Special & Exception Dates” จะทำได้ยากง่ายอย่างไรนั้นเชิญทัศนาได้ ณ บัดนาวว

Continue reading การตรวจสอบวันหยุดจาก “Special & Exception Dates”

[k2 smartform] การทำ Check Box บน List View

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับ K2 Ranger วันนี้ เราได้รับเกียรติจาก “คุณกาย” K2 Champion ที่คอยช่วยตอบปัญหาด้านเทคนิค ให้กับพี่ๆ น้องๆ ในห้อง K2 Technical Rock อยู่สม่ำเสมอ ทาง K2 Ranger ทีมเลยขอส่งเทียบเชิญให้ช่วยเขียนบทความให้กับคอมมูนิตี้ของเราครับ

และตอนนี้ คุณกายได้ส่งมาให้เรียบร้อยแล้ว K2 Ranger ขอขอบคุณ “คุณกาย” มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Sky - K2 Technical Rock
คุณกายกับหนุ่มน้อย

Continue reading [k2 smartform] การทำ Check Box บน List View

[Authentication] – Using LDAP with K2

สวัสดีครับ ช่วงนี้ได้มีโอกาสทำอะไรใหม่ๆ อีกอย่างเลยเอามาเขียนเป็น blog ซะหน่อย นั่นคือ configure K2 ให้มองเห็น LDAP ที่ไม่ใช่ LDAP ของ AD แต่ถ้าเป็น LDAP ของ AD ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน โดย step ที่ต้องทำมีตามด้านล่าง

  • Register Security label ของ LDAP
  • Configure Claim ใน SmartForms

 

เรามาเริ่มจาก Register Security label ของ LDAP ให้เปิด database K2 ที่ table HostServer.SecurityProvider

provider

ให้ copy GUID ของ ProviderClassName ที่เป็น SourceCode.Security.Providers.LdapProvider.Trusted.Ldap เอามาใส่ใน script ด้านล่าง ส่วนที่เป็นตัวแปร AuthSecurityProviderID

ส่วนอื่นที่ต้องเปลี่ยนจะมีหลายอันตาม highlight สีน้ำเงิน สามารถไปดูรายละเอียดได้จาก https://help.k2.com/onlinehelp/k2blackpearl/icg/4.7/default.htm#Configure/UM-LDAP-config.htm%3FTocPath%3DConfigure%7CUser%2520Managers%7C_____3 นะครับ

DECLARE @SecurityLabelName NVARCHAR(20) = ‘K2LDAP‘; –Update as needed
DECLARE @XmlConfig XML =
‘<AuthInit><LdapConnection LdapServer=”Server Name” LdapServerPort=”389” LdapSsl=”false” LdapAuthTypeConnect=”Basic” LdapAuthTypeAuthenticateUser=”Basic” LdapResolveAuthenticationUserToDistinguishedName=”true” LdapAutoBind=”false” LdapScope=”Subtree” LdapConnectIntegrated=”false” LdapConnectUserName=”uid=username,ou=People,dc=xxx,dc=xxx” LdapConnectUserPassword=”password” LdapTimeout=”0″ LdapProtocolVersion=”3″ LdapServerCertificatePath=”” /><LdapUserBaseObject>ou=People,dc=xxx,dc=xxx</LdapUserBaseObject><LdapUserSearchFormatString>(uid={0})</LdapUserSearchFormatString><LdapUserGroupSearchFormatString>(memberOf={0})</LdapUserGroupSearchFormatString><LdapUserAttributes><K2LdapMapping K2Name=”ID” LdapName=”uid” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Name” LdapName=”uid” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Email” LdapName=”mail” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”CommonName” LdapName=”cn” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”UserPrincipalName” LdapName=”uid” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”DisplayName” LdapName=”cn” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Mobile” LdapName=”mobile” ObjectType=”System.String” /></LdapUserAttributes><LdapGroupBaseObject>ou=Group,dc=xxx,dc=xxx</LdapGroupBaseObject><LdapGroupSearchFormatString>(uid={0})</LdapGroupSearchFormatString><LdapGroupMemberSearchFormatString>(cn={0})</LdapGroupMemberSearchFormatString><LdapGroupAttributes><K2LdapMapping K2Name=”ID” LdapName=”cn” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Name” LdapName=”cn” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Email” LdapName=”mail” ObjectType=”System.String” /><K2LdapMapping K2Name=”Member” LdapName=”member” FullOnly=”true” SearchQuery=”(&amp;(objectCategory=Person)(objectCategory=User))” SearchResultProperty=”cn” ObjectType=”System.Collections.ArrayList” /></LdapGroupAttributes></AuthInit>’
DECLARE @SecurityLabelID UNIQUEIDENTIFIER = NEWID(); –Assigning new GUID
DECLARE @AuthSecurityProviderID UNIQUEIDENTIFIER = ‘EE554827-1C61-46EF-9146-293CE74E55C9‘;
DECLARE @AuthInit XML = @XmlConfig;
DECLARE @RoleSecurityProviderID UNIQUEIDENTIFIER = @AuthSecurityProviderID;
DECLARE @RoleInit XML = @XmlConfig;
DECLARE @DefaultLabel BIT = NULL; –1 = true, NULL and 0 = false

DELETE FROM [SecurityLabels] WHERE SecurityLabelName = @SecurityLabelName;
INSERT INTO [SecurityLabels] VALUES (@SecurityLabelID, @SecurityLabelName, @AuthSecurityProviderID, @AuthInit, @RoleSecurityProviderID, @RoleInit, @DefaultLabel)

จะมีบางอันที่อาจจะหาลำบากคือ ldapname กับ userbaseobject แนะนำให้ใช้พวก ldap browser เช่น http://www.ldapadministrator.com หรือ http://www.ldapadmin.org เพื่อหาข้อมูลที่ถูกต้องได้

ldap browser

เมื่อได้ script เรียบร้อย เราก็เอาไปรันใน database K2

LDAP Register

เสร็จแล้วให้ restart service K2 และเราก็พร้อมที่จะทำ step ถัดไป คือการ configure claim ให้เข้าไปที่ management site ของ K2 ไปที่ Authentication => Claims => Claims แล้วกด New

02

ใส่ข้อมูลตามด้านล่าง

03

กดปุ่ม OK แล้วไปทดสอบด้วยการ login ผ่าน form ได้เลย

Login

ถ้าใครไปลองแล้วติดอะไรก็สอบถามได้นะครับ ในส่วนของ blog นี้ ใช้ได้กับทั้ง K2 Five และ K2 blackpearl นะครับ ลองแล้วใช้งานได้ทั้ง 2 version ครับ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าครับ 🙂

10 เทคนิคที่ทำให้ List View ของคุณโหลดเร็ว!!

List View เป็นการแสดงข้อมูลแบบหลาย records (ใครเขียน coding จะคล้ายๆ Grid view ใน C#) ในที่นี้จะขอรวมเทคนิคในการทำให้การเปิด List View ของคุณนั้นเร็วขึ้นมาอย่างแน่นอน

1. เรียกใช้ rule ในการ List แบบ Asynchronous

เปลี่ยนการเรียก execution block จาก then เป็น asynchronous ช่วยให้เรียก rule ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอจนทำงานเสร็จก่อนเรียก rule ถัดไป

execution block

ตอนแก้เสร็จก็ทดสอบก่อนนะ บางครั้งเราต้องรอข้อมูลก่อนหน้าให้โหลดเสร็จ แบบนี้ก็ต้องใช้ then ไปเนอะ

2. เปิด option ให้แสดงผลแบบ Paging

เปิด paging ใน list view แล้วจำกัดจำนวน item ที่จะเห็นในหน้าจอ จะช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องดึงมาแสดงผลที่หน้าจอได้

setting

ไม่ได้มีเลขเป๊ะ ๆ ว่าควรแสดงกี่รายการ แต่ส่วนใหญ่ที่ทำมักจะใช้ในช่วง 10 – 50 รายการต่อหน้าจอครับ

3. ลดการใช้งาน Association

ปกติจะใช้ร่วมกับ List Display ในกรณีที่เราเก็บ ID เป็น reference ไว้ แล้วต้องการไปดึงค่า Value ออกมาแสดงโดยอ้างอิงจาก ID

ถ้าเราอยากให้ performance ในการโหลด List View เร็วขึ้น สามารถทำได้โดยการทำการ join ในข้อมูลตั้งแต่ data source เองเช่น การเขียน Stored procedure หรือเขียน view ใน SQL ก็จะช่วยลดการทำงานในส่วนของ List Display และ association นี้ลงได้ (แต่ถ้าไม่ได้ช้ามาก ใช้ association ก็สะดวกดีครับ)

4. ลดจำนวน Column ที่แสดงใน List View

จำนวน column ที่แสดงน้อยลงจะทำให้ตอน bind เข้า List view สามารถแสดงผลได้รเ็วขึ้นไปอีก อ่อ..ต้องลบออกนะครับ ไม่ใช่แค่ซ่อนด้วย Visible = false

removeColumn

5. ลดจำนวน Properties ที่ส่งกลับมาจาก SmartObjects

โดยปกติถ้าเราสร้าง SmartObjects จากตารางบนฐานข้อมูล ใน SmartObjects จะมีจำนวน Properties เท่ากับจำนวนคอลัมน์ในตารางเลย ซึ่งเราสามารถไปลบ properties นี้ออก หรือเลือกให้ส่งกลับมาเฉพาะ properties ที่เราจะใช้ก็พอ

bind.png

หรือถ้ามีคนอื่นใช้ method นี้อยู่ด้วย ไปสร้าง method แยกไว้สำหรับหน้านี้โดยเฉพาะก็ยังได้ครับ

6. แสดงไฟล์ใน List View ด้วยลิงค์สำหรับดาวน์โหลด แทนที่จะแสดง file content

กรณีถ้าเราต้องโหลดไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์เล็ก ๆ จำนวนมากใน 1 หน้าจอก็ตาม การแสดงผลด้วย data type เป็น File จะโหลดไฟล์จริงขึ้นมาด้วย ถ้ายิ่งไฟล์มีขนาดใหญ่ ก็จะใช้ระยะเวลานานในการโหลดข้อมูล

fileListView.png

เราสามารถเปลี่ยนวิธีการเก็บไฟล์ไปอยู่บน shared network path หรือ Content Management System (CMS) เช่น SharePoint แทนได้ และแสดงผลเป็นลิ้งค์แทน เมื่อผู้ใช้งานต้องการเปิดไฟล์ ค่อยกดลิ้งค์ที่เราแสดงเพื่อไปโหลดไฟล์นั้นตรงจากที่ที่เราเก็บไฟล์ไว้ได้

7. ใช้ Input Properties ในการดึงข้อมูลแทนที่จะใช้ Filter

Filter นั้นมีความสามารถในการช่วยกรองข้อมูลที่จะแสดงใน List View ได้ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการใช้ Filter นั้นทำให้การแสดงผลใน List View ช้าลง เพราะข้อมูลจะถูกดึงมาทั้งหมดก่อนจึงจะมากรองออกด้วย Filter เพื่อแสดงผลในหน้าจอ

filter.png

การใช้ Input properties นั้นหลังบ้านมันคือการใส่ Where casue ว่า Input properties = ‘Value’ นั่นเอง ทำให้สำหรับหลายกรณี เจอว่า Input Properties นั้นไม่เพียงพอ เพราะต้องการค้นหาด้วยเงื่อนไขอื่นเช่น Contains, Greater than บ้าง

วิธีปรับคือพยายามควรป้อนข้อมูลใน Input properties ได้มากที่สุดก่อนเพื่อลดปริมาณข้อมูลที่ต้องโหลดขึ้นมา แล้วจึงเลือกใช้ Filter ต่ออีกทีเพื่อใส่เงื่อนไขแบบซับซ้อนลงไป หรือถ้าพบยังไม่เพียงพอ ผมก็จะใช้ View หรือ stored procedure มาช่วยรองรับเงื่อนไขแบบซับซ้อนครับ

8. ตรวจสอบว่าไม่โหลดข้อมูลซ้ำ 2 รอบ

ในการสร้าง List View ต่อกับ SmartObjects จะมี option ที่หน้า general ตรงด้านล่างว่าจะให้ Call this method when the form loads เลยหรือไม่

ถ้าไปติ๊กเลือก option นี้ระบบจะไปสร้าง rule Get List ไว้ใน View Initilize และถ้าลากไปใช้ใน Form Method Get List นี้ก็จะถูกเรียกใน Form Initilizing ด้วย (นอกจากนี้ด้วยค่า default ไม่ได้ใส่ input properties เลยทำให้มันจะดึงข้อมูลขึ้นมาทั้งหมด!!)

ListViewsGet.png

เคสที่เคยเจอคือมีไปเลือก option นี้ใน View ทำให้มีการโหลดข้อมูลแบบทั้งหมดขึ้นมา และเพิ่ม rule ใน Form initilzing ต่อ โดยโหลดข้อมูลแบบใส่ input properties ทำให้ตอนทดสอบแสดงผลที่หน้าจอถูกนะ แต่กว่าจะเปิดขึ้นมาทีช้ามาก วิธีแก้คือไปเอา rule นี้ออกซะ หรือเพิ่มเงื่อนไขให้เช็คก่อนใน View Initilize

9. ปิดการใช้ SmartForm ListView Row Count

จากที่เคยเขียน Blog ว่าด้วยเรื่องการแสดง Paging ใน Listview และ แก้ปัญหา SmartObjects สร้างข้อมูลซ้ำ หลังบ้านมีการทำงานโดยไปเรียก List method ขึ้นมา 2 ครั้งเพืื่อหาจำนวน page และเพื่อแสดงรายการ ทำให้เวลาในการโหลดข้อมูลนานขึ้น การไปตั้งค่า SmartObject.RuntimeListViewRowCount = false ก็จะช่วยให้ List method ต่าง ๆ ทำงานได้เร็วขึ้น

10. Tuning data source

ข้อนึงที่มักจะมองข้ามกัน คือการตรวจสอบที่ data soruce ตั้งต้นด้วยครับ ว่าเรียกใช้งานตรงๆ (ด้วยค่า input เดียวกับที่เราเรียกใน List view) ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ถ้าระยะเวลาในการโหลดนานย่อมส่งผลต่อการเรียกผ่าน List View ไปด้วย

ส่วนวิธีแก้ให้ทำการปรับแต่งตั้งแต่ที่ data source ด้วยครับ เช่นการใส่ index ใน view หรือ table, การแก้ logic ที่ web service หรือ stored procedure ให้ทำงานเร็วตั้งต้นทาง

สำหรับเทคนิคที่ได้แนะนำไปมีทั้งทำง่าย ๆ ปรับตามได้เลย จนไปถึงยากมีต้องใช้ effort ในการทำที่มากน้อยต่างกันไป ขอให้ลองเลือกใช้ให้เหมาะสมนะครับ ว่าจะเลือกปรับตามข้อไหนและความเร็วที่ได้จากการ tuning นั้นคุ้มค่ากับที่เราลงแรงทำไปหรือเปล่า

แก้ปัญหา SmartObjects สร้างข้อมูลซ้ำ

มาจากคำถามจากทางบ้านอีกเช่นกันครับ สำหรับปัญหาที่ว่าสร้างข้อมูลจาก SmartObjects แล้วพบว่ามีข้อมูลเข้าไป 2 records

ถ้าใครเจอปัญหานี้เหมือนกันให้ลองตรวจสอบว่าเราได้ตั้งค่าหรือมีอาการตามนี้หรือไม่

  1. SmartObjects ต่อกับ Stored procedure ใน SQL
  2. Method ใน SmartObjects ที่ใช้สร้างข้อมูลเป็น type แบบ List
  3. ทดสอบเรียกผ่าน SmartObjects Services Tester แล้วพบว่าสร้าง 1 record แต่ถ้าเรียกผ่าน SmartForm แล้วเข้าไป 2 records

methodList.png

ถ้าใครเจอว่ามีอาการดังกล่าว แสดงว่าน่าจะมาจากสาเหตุเดียวกันแล้วครับ ให้ลองตรวจสอบเพิ่มอีกครับว่าเราได้ไปเปิดการแสดงผล paging ใน List View ด้วยหรือไม่

วิธีตรวจสอบง่าย ๆ คือไปเปิด List View ขึ้นมานะ ว่ามีแสดง paging หน้าสุดท้ายหรือไม่ (ถ้าไม่ได้เปิดจะไม่มีในวงเล็บ) แต่ถ้ามีก็ชัดเลยครับ ไปอ่านวิธีแก้กันต่อด้านล่างได้เลย (ส่วนวิธีการเปิดเคยเขียนไว้ใน blog นี้ -> ว่าด้วยเรื่องการแสดง Paging ใน Listview)

listview3.png

สาเหตุของอาการนี้มีสองอย่างด้วยกัน คือเพราะ method ใน SmartObject เป็นแบบ List และมีการเปิด SmartObject.RuntimeListViewRowCount ไว้ ทำให้ทุก method ที่เป็น List จะถูกเรียกสองครั้งเสมอ

วิธีแก้มีสองวิธีครับ

  1. แบบง่าย: ก็คือไปปิดการแสดง paging ของ List View ซะ (SmartObject.RuntimeListViewRowCount = false) แต่ถ้าเรายังอยากได้ทั้งการแสดงผลแบบนี้ และยังสร้าง record ให้ไม่ซ้ำด้วย ไปทำตามข้อสองครับ
  2. แบบยาก: ต้นเหตุคือตัว stored procedure ส่งประเภท method มาเป็น List อยู่ เราต้องไปแก้ stored procedure ให้ส่งมาเป็นประเภท Execute แทน โดยการเพิ่มบรรทัด SET FMTONLY ON ใน stored procedure แนะนำให้อ่านวิธีแก้เต็ม ๆ ใน KB นี้ครับ -> Determined SmartObject method ‘List’ or ‘Execute’ when SmartObject was created from SQL Store Procedure

ST136024.jpg