[K2 Viewflow] เปลี่ยน URL Viewflow ตรงไหน?

วันนี้มีคำถามจากทางบ้านเกี่ยวกับการใช้งาน Viewflow โดยถามมาว่าต้องการเปลี่ยน URL ของ viewflow ต้องทำอย่างไร เลยขอเอามาเขียนแชร์กันครับ

Viewflow เป็น web สำหรับดูสถานะของ workflow ว่าปัจจุบันงานอยู่ที่ขั้นตอนไหนแล้ว (ตามรูปด้านล่าง) ทำงานบน technology silverlight ซึ่งในปัจจุบัน browser ที่รองรับจะเป็น Internet explorer และ Mozilla Firefox

ViewFlow002

ทีนี้การเข้าถึง viewflow สามารถเข้าได้ 2 ช่องทางด้วยกันคือ

  1. ผ่าน k2 worklist control ใน smartform
  2. ผ่าน k2 workspace

ซึ่งทั้งสองที่จะเก็บการ configure url ไว้ต่างที่กัน ซึ่งถ้าต้องการเข้าไปแก้ไขสามารถทำได้ดังนี้

1. สำหรับใช้งานผ่าน k2 worklist control ใน smartform

  • เข้า K2 Workspace (หรือ K2 Management สำหรับ version 4.7)
  • ไปที่ Environment Library
  • ขยายเข้าไปจนถึง Environment Library Filed
  • หา field ที่ชื่อ Workspace Url และ Workspace Url SSLWorkspaceURL
  • แก้ URL ให้เป็นชื่อใหม่ที่ต้องการ
  • Restart IIS สักรอบนึง (start -> cmd -> run as administrator -> iisreset)
  • ทดสอบเลยครับ

2. สำหรับใช้งานผ่าน K2 workspace

  • ไปที่ folder K2 workspace (ปกติจะอยู่ที่ C:\Program Files (x86)\K2 blackpearl\Workspace\Site แต่ถ้าหาไม่เจอ เข้าจาก iis แล้วกด explore เอาก็ได้ครับ)
  • เปิด web.config
  • หา tab ที่ชื่อ  <add key=”WebServiceServerURL” value=”http://K2LAB:81 “>
  • แก้ value เป็น url ที่ต้องการแล้วบันทึก เป็นอันเสร็จสิ้น
  • ทดสอบอีกทีครับ

 

จบแล้วครับ…

[Patch] – K2 4.7 Release Note แบบไทยๆ

สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปนาน รอบนี้กลับมาพร้อมกับ major release ของ K2 ซึ่งก็คือ K2 4.7 นั่นเอง สำหรับรอบนี้ผมอาจจะเขียนเป็น overview ก่อนว่า K2 มีอะไรใหม่ๆ ออกมาบ้าง และค่อยไปลงลึกในแต่ละส่วนใน blog ถัดๆ ไป (จะได้เขียนไหม 555) แล้วกัน ถ้าใครอยากดู release note แบบเต็มๆ ก็สามารถดูได้ที่ http://help.k2.com/kb001745 และสำหรับ compatible matrix ของ K2 4.7 สามารถดูได้ที่ http://help.k2.com/blackpearl/support-matrix ครับ

 

    OS and Software Support

  •     OS – ไม่ support Windows 2008 R2 แล้ว ส่วนฝั่ง client ก็ต้องเป็น Windows 8.1 ขึ้นไป

server-support

client-support

  •    SQL – Support Azure SQL Database แล้ว minimum เป็น Azure SQL S2 และ recommend เป็น Azure SQL P1 ซึ่งจะ support เฉพาะการลง K2 ใหม่เท่านั้น ไม่สามารถนำ database เก่าจาก SQL version อื่นมา restore แล้ว upgrade ได้  ถ้าเป็น on-premise support SQL Server 2016 เรียบร้อย ส่วน SQL Server 2008 R2 ไม่ support แล้วตามๆ กันไปกับ Windows 2008 R2

sql-support

  • SharePoint –  Support SharePoint 2016 แล้ว ส่วน SharePoint 2010 หมดการ support
  • Visual Studio – Support Visual Studio 2015 และ 2013
  • .NET Framework – Require ว่าต้องลง 4.6.1 แต่ตรงนี้ควรระวังนิดนึงนะครับ เพราะ K2 4.6.11 ไม่ support .NET Framework 4.6.1 ดังนั้น ถ้า upgrade ต้องดู step rollback ดีๆ
  • Exchange – Support Exchange 2013 – 2016
  • InfoPath – ไม่มี support แล้วใน K2 4.7
  • Oracle – Support Oracle 12c (Release 1) ลงไปถึง Oracle 11g (Release 1)
  • Browser – ทั้ง Design time และ Runtime support IE 11 อย่างเดียว ไม่มีวี่แววของ Microsoft Edge โดยรายละเอียดของ version support ตามด้านล่าง

Internet Explorer 11.0.10240.17071
Chrome 53.0.2785.101 m
Firefox 48.0.2
Safari Version 9.1.2 (Windows support deprecated. Latest Safari version is only supported on Mac)

 What’s New

K2 blackpearl

  • REST Endpoint Broker with Swagger support
  • Package and Deployment
    • สามารถทำการ Package by Reference ได้ ซึ่ง feature นี้จะทำให้ไม่ต้อง package ทุก items ลงไปใน package เดียวกัน
    • Performance enhancement
    • Package Analyzer – ไม่มีให้เลือก Full Analysis กับ Partial Analysis อีกต่อไป และ ‘Automatically analyse after each change’ จะไม่เป็น default option ซึ่งจะช่วยให้ performance ในการทำงานเร็วขึ้น
  • K2 Workspace – Management console ใน K2 Workspace จะมี site แยกมาเป็น K2 Management Site (Management console เดิมจะยังสามารถใช้งานได้ใน K2 4.7 แต่ recommend ให้เปลี่ยนไปใช้ K2 Management Site แทน เพราะต่อไปน่าจะถูกเอาออก)

4-7-dashboard

  • Out of Office Notification – มีการส่ง email notify ให้คนที่ถูก forward งานไปให้จากการทำ Out of Office
  • Activity and Event System Name – ตอนนี้ Activity กับ Event มีการใช้ concept ของ System Name แล้ว เพื่อให้ไม่มีปัญหาตอนทำ package and deployment กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ Activity หรือ Event

K2 smartforms

  • Dependencies – เพิ่ม dependencies check report สำหรับดูว่า มี item อะไรที่มีปัญหา หรือต้องทำการแก้ไขก่อนการทำ package
  • Controls
    • Barcode – Capture barcode ผ่าน K2 Mobile app (iOS)
    • Image Annotation – ถ่ายรูปแล้วใส่ annotation ผ่าน K2 Mobile app (iOS)
    • Tree Control – เพิ่ม keyboard navigation, search, Async loading
    • Worklist Control – Sorting Status column ได้
  • Runtime performance improvement
  • SmartForms email – ปรับไปใช้ configure เดียวกับของ K2 blackpearl และถ้า error จะมี log อยู่ใน hostserver log แล้ว
  • Installer – K2 SmartForms Control Pack ถูก merge เข้ากับ K2 SmartForms แล้ว ทำให้ run setup ครั้งเดียวได้

 

จะเห็นว่า ส่วนที่น่าสนใจและน่าจะกระทบกับการทำงานเยอะๆ จะเป็น K2 Management Site, Dependencies check report ของ SmartForms และ Package Deployment ที่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วจะมาเขียนรายละเอียดให้อ่านกันอีกรอบนะครับ สำหรับวันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ 🙂

Workspace : Start Process ไม่ได้

สวัสดีครับ

เคยมั๊ยครับเวลาที่ต้องใช้เครื่อง Server เครื่องเดียวในการทำ Development และ UAT

ทุกอย่างเทสผ่านไปด้วยดี แต่พอเริ่ม UAT เท่านั้นแหละ เจอ Error

2015-03-06_0040

หลายๆ เห็นแล้วอาจจะร้องอ๋อ แต่เชื่อว่า คนที่เริ่มทำแรกๆ อาจจะงง เพราะอะไรเหรอ?

  1. ด้วยความเป็น Developer เราชอบใช้ User เดียวในการ develop และ test
  2. ซึ่ง เวลา uat เรามักจะใช้หลายๆ user หลายๆ role เพื่อทำ test ตาม scenario ว่ากระบวนการวิ่งได้อย่างถูกต้อง
  3. และบังเอิญว่าตัว process ของ K2 เนี้ยะ มี permission อยู่  ตามรูปด้านล่าง

2015-03-06_0044

จะเห็นว่า กลุ่มคนที่ Start process ได้มีแค่ Administrator (ซึ่งบางที่เราใช้ Account นี้แหละครับในการ develop) ตอนเทสก็ใช้ account นี้เช่นกัน ซึ่งปกติ คนที่เป็นคน deploy process จะมีสิทธิ์เป็น Admin ของ process โดยอัตโนมัติ และแน่นอนว่า Start process ได้ชัวร์ๆ

เราเลยต้องมาจัดการเพิ่มสิทธ์ลงไปให้ Start ได้แบบนี้

2015-03-06_0032

คราวนี้ จะกำหนดให้เป็น  User หรือ เป็น Group ก็แล้วแต่ Security policy ของแต่ละบริษัทแล้วครับว่าเจ้มจ้นแค่ไหน

สวัสดีครับ