Query Encrypted SmartBox SmartObject from Reporting Service

ในกรณีที่เราต้องการเก็บค่า Data Encryption เราสามารถสร้าง SmartBox และ Enable Encryption Option ได้ คำถามต่อมาก็คือว่า แล้วเราจะสามารถ Query Data ที่มันถูก Encrypt จาก Application อื่นที่ไม่ใช่ K2 ได้อย่างไร เช่น เราต้องการนำ Reporting Service มา Query ที่ Table นี้

วิธีการคือ เราสามารถ Query โดยอ้างอิง Certificate และ SCSSOKey ที่ทาง K2 Auto Generate ไว้ให้เราได้ ตามรูปด้านล่าง

Certificate Name = SCHostServerCert

Symmetric Keys = SCSSOKey

พอเราทราบ 2 ค่านี้ เราสามารถมาเขียน query ได้ประมาณนี้ (จากตัวอย่างคือ query ข้อมูล password ที่ encrypt ไว้)

Open symmetric key SCSSOKey
Decryption by certificate SCHostServerCert
select [Password], Username, convert(varchar, DECRYPTBYKEY([Password])) as ‘DecryptedPassword’
from [SmartBoxData].[TestEncryption]
Close symmetric key SCSSOKey

ขอมอบ Credit นี้ให้พี่หนู VenTek เทพ SQL & Reporting นะครับ 🙂

เรียก Store Procedure ผ่าน SMO ได้ค่าไม่เหมือนกันกับการเรียก Store Procedure ตรงๆ

เนื่องจากได้เจอปัญหาที่ค่อนข้างแปลก กล่าวคือ เมื่อลองเรียก SMO ที่ถูกสร้างมาจาก Store Procedure กลับไปผลไม่เหมือนกันกับที่ลองเรียก Store Procedure ตรงๆ ทั้งที่มีการส่ง Parameter เหมือนกันเป้ะๆ

สิ่งที่ได้ลองแล้วไม่แก้ปัญหาคือ

  1. Refresh ทั้ง SMO และ Service Instance
  2. Refresh ฝั่ง Store Procedure

โดยสิ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้คือ จะต้องทำการสร้าง Store Procedure ใหม่ โดย Copy จาก Store Procedure เดิม แล้วจึง Recreate SMO โดยใช้ GUID เดิม ให้ไปชี้ที่ Store Procedure ใหม่แทนครับ

หลังจากการทำแบบนี้ แล้วลองเรียก SMO ใหม่ก็ได้ค่าเหมือนกันแล้วครับ

ต้องขอบคุณ คุณเอก, K.Sumit, K.Susy และ คุณกายที่ช่วยแนะนำมาทาง Line Group ด้วยนะครับ

ปล. ทางคุณกายแนะนำว่า ถ้าเจอปัญหานี้ อาจจะลอง Restart SQL ก็น่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนกัน

Sync custom Active Directory Fields to K2 SmartObject

ปกติแล้ว เวลาเราจะ Sync user properties จาก Active Directory ใน K2 เราก็มักจะใช้ Service Broker ที่ชื่อว่า AD Service2 แล้วก็เรียกใช้ Method GetUsers / GetUserDetails จาก AD User SmartObject

AD user

ซึ่งเราก็จะได้ Field มาตรฐานที่ใช้กันบ่อยๆ ประมาณนึง เช่น

ad user prop

ปัญหาคือ ถ้าใน Active Directory เรามีการสร้าง Custom Field เช่น EmployeeID แล้วเราต้องการเอา Field นั้นมาใช้งานใน K2 เราจะทำได้อย่างไร

นี่เป็นที่มาของการใช้ Dynamic Active Directory Service Broker ซึ่งสามารถโหลดได้ผ่าน Community ที่นี้เลย

โดยหลักการทำงานของ Service Broker นี้จะเปิดทางให้เราสามารถ Add Custom Field ได้ผ่าน Tools ที่ชื่อว่า Service Schema Configurator

service schema

โดยเมื่อเราทำการ Add Field ที่เราต้องการแล้วก็ให้ Save Schema แล้วก็ Refresh Service Broker นี้อีกครั้ง เราก็จะเห็น Field ใหม่มากับ SmartObject ล่ะ

DynamicADSMO

ถึงขั้นนี้เราก็สามารถนำ SmartObject นี้ไปใช้งาน พร้อมทั้งเห็นค่า Field Custom ที่เรา Config ไว้ได้แล้วนั้นเอง

K2Blackboard คืออะไร ใครควรดูบ้าง?

K2Blackboard เป็น VDO คลิปภาษาไทยสั้นๆ สอนการใช้งาน K2 ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Smartform, workflow, smartobject และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านทาง Youtube และ Facebook เอาไว้สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น ทบทวนและหาแรงบันดาลใจ

 

ติดตามคลิปใหม่ได้ทุกวันจันทร์เช้าทุกสัปดาห์ หวังว่าจะชอบ ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยครับ

K2 Operation Insight using Power BI

สวัสดีครับปีใหม่ครับ ชาว K2 ทุกท่านครับ ในปี 2019 นี้ K2 Ranger เราก็มี บทความมาอัปเดทกันเหมือนเช่นเคยครับ

ในปีที่ผ่านมา กระแสของการนำ Data มาใช้ในองค์กรก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลายๆ ที่ เริ่มพูดถึง IoT, Big Data, AI กันอย่างแพรหลาย ซึ่งจากข้อมูลเหล่านั้นเราสามารถนำไปต่อยอดได้มากเลยเลยครับ

คราวนี้ถ้าเราลองกลับมาดูในองค์กรของเราที่ใช้งาน K2 อยู่ เจ้า K2 เองก็ผลิตข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานให้กับแต่ละองค์กรเองไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเราเรียกมันว่า Operation Insight หรือข้อมูลเชิงลึกของกระบวนการต่างๆในองค์กรเรานั่นเอง

หากจำกันได้ ตอนที่ภัทรแนะนำ K2 Workspace ที่เป็น feature ใหม่ของ K2 (ตอนนี้เก่าแล้ว) จะมีเรื่องเกี่ยวกับ Operation Insight เช่นเดียวกัน  (ถ้าจำไม่ได้ลองดูวีดีโอด้านล่างครับ)


คราวนี้ หลายๆ คนก็อาจจะมีคำถามว่าแล้วถ้าเราอยากได้ ข้อมูลไปใช้กับ BI Tool ตัวอื่นๆ หละ จะทำยังไงได้บ้าง วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันครับ

Continue reading K2 Operation Insight using Power BI

10 เทคนิคที่ทำให้ List View ของคุณโหลดเร็ว!!

List View เป็นการแสดงข้อมูลแบบหลาย records (ใครเขียน coding จะคล้ายๆ Grid view ใน C#) ในที่นี้จะขอรวมเทคนิคในการทำให้การเปิด List View ของคุณนั้นเร็วขึ้นมาอย่างแน่นอน

1. เรียกใช้ rule ในการ List แบบ Asynchronous

เปลี่ยนการเรียก execution block จาก then เป็น asynchronous ช่วยให้เรียก rule ได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอจนทำงานเสร็จก่อนเรียก rule ถัดไป

execution block

ตอนแก้เสร็จก็ทดสอบก่อนนะ บางครั้งเราต้องรอข้อมูลก่อนหน้าให้โหลดเสร็จ แบบนี้ก็ต้องใช้ then ไปเนอะ

2. เปิด option ให้แสดงผลแบบ Paging

เปิด paging ใน list view แล้วจำกัดจำนวน item ที่จะเห็นในหน้าจอ จะช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องดึงมาแสดงผลที่หน้าจอได้

setting

ไม่ได้มีเลขเป๊ะ ๆ ว่าควรแสดงกี่รายการ แต่ส่วนใหญ่ที่ทำมักจะใช้ในช่วง 10 – 50 รายการต่อหน้าจอครับ

3. ลดการใช้งาน Association

ปกติจะใช้ร่วมกับ List Display ในกรณีที่เราเก็บ ID เป็น reference ไว้ แล้วต้องการไปดึงค่า Value ออกมาแสดงโดยอ้างอิงจาก ID

ถ้าเราอยากให้ performance ในการโหลด List View เร็วขึ้น สามารถทำได้โดยการทำการ join ในข้อมูลตั้งแต่ data source เองเช่น การเขียน Stored procedure หรือเขียน view ใน SQL ก็จะช่วยลดการทำงานในส่วนของ List Display และ association นี้ลงได้ (แต่ถ้าไม่ได้ช้ามาก ใช้ association ก็สะดวกดีครับ)

4. ลดจำนวน Column ที่แสดงใน List View

จำนวน column ที่แสดงน้อยลงจะทำให้ตอน bind เข้า List view สามารถแสดงผลได้รเ็วขึ้นไปอีก อ่อ..ต้องลบออกนะครับ ไม่ใช่แค่ซ่อนด้วย Visible = false

removeColumn

5. ลดจำนวน Properties ที่ส่งกลับมาจาก SmartObjects

โดยปกติถ้าเราสร้าง SmartObjects จากตารางบนฐานข้อมูล ใน SmartObjects จะมีจำนวน Properties เท่ากับจำนวนคอลัมน์ในตารางเลย ซึ่งเราสามารถไปลบ properties นี้ออก หรือเลือกให้ส่งกลับมาเฉพาะ properties ที่เราจะใช้ก็พอ

bind.png

หรือถ้ามีคนอื่นใช้ method นี้อยู่ด้วย ไปสร้าง method แยกไว้สำหรับหน้านี้โดยเฉพาะก็ยังได้ครับ

6. แสดงไฟล์ใน List View ด้วยลิงค์สำหรับดาวน์โหลด แทนที่จะแสดง file content

กรณีถ้าเราต้องโหลดไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์เล็ก ๆ จำนวนมากใน 1 หน้าจอก็ตาม การแสดงผลด้วย data type เป็น File จะโหลดไฟล์จริงขึ้นมาด้วย ถ้ายิ่งไฟล์มีขนาดใหญ่ ก็จะใช้ระยะเวลานานในการโหลดข้อมูล

fileListView.png

เราสามารถเปลี่ยนวิธีการเก็บไฟล์ไปอยู่บน shared network path หรือ Content Management System (CMS) เช่น SharePoint แทนได้ และแสดงผลเป็นลิ้งค์แทน เมื่อผู้ใช้งานต้องการเปิดไฟล์ ค่อยกดลิ้งค์ที่เราแสดงเพื่อไปโหลดไฟล์นั้นตรงจากที่ที่เราเก็บไฟล์ไว้ได้

7. ใช้ Input Properties ในการดึงข้อมูลแทนที่จะใช้ Filter

Filter นั้นมีความสามารถในการช่วยกรองข้อมูลที่จะแสดงใน List View ได้ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการใช้ Filter นั้นทำให้การแสดงผลใน List View ช้าลง เพราะข้อมูลจะถูกดึงมาทั้งหมดก่อนจึงจะมากรองออกด้วย Filter เพื่อแสดงผลในหน้าจอ

filter.png

การใช้ Input properties นั้นหลังบ้านมันคือการใส่ Where casue ว่า Input properties = ‘Value’ นั่นเอง ทำให้สำหรับหลายกรณี เจอว่า Input Properties นั้นไม่เพียงพอ เพราะต้องการค้นหาด้วยเงื่อนไขอื่นเช่น Contains, Greater than บ้าง

วิธีปรับคือพยายามควรป้อนข้อมูลใน Input properties ได้มากที่สุดก่อนเพื่อลดปริมาณข้อมูลที่ต้องโหลดขึ้นมา แล้วจึงเลือกใช้ Filter ต่ออีกทีเพื่อใส่เงื่อนไขแบบซับซ้อนลงไป หรือถ้าพบยังไม่เพียงพอ ผมก็จะใช้ View หรือ stored procedure มาช่วยรองรับเงื่อนไขแบบซับซ้อนครับ

8. ตรวจสอบว่าไม่โหลดข้อมูลซ้ำ 2 รอบ

ในการสร้าง List View ต่อกับ SmartObjects จะมี option ที่หน้า general ตรงด้านล่างว่าจะให้ Call this method when the form loads เลยหรือไม่

ถ้าไปติ๊กเลือก option นี้ระบบจะไปสร้าง rule Get List ไว้ใน View Initilize และถ้าลากไปใช้ใน Form Method Get List นี้ก็จะถูกเรียกใน Form Initilizing ด้วย (นอกจากนี้ด้วยค่า default ไม่ได้ใส่ input properties เลยทำให้มันจะดึงข้อมูลขึ้นมาทั้งหมด!!)

ListViewsGet.png

เคสที่เคยเจอคือมีไปเลือก option นี้ใน View ทำให้มีการโหลดข้อมูลแบบทั้งหมดขึ้นมา และเพิ่ม rule ใน Form initilzing ต่อ โดยโหลดข้อมูลแบบใส่ input properties ทำให้ตอนทดสอบแสดงผลที่หน้าจอถูกนะ แต่กว่าจะเปิดขึ้นมาทีช้ามาก วิธีแก้คือไปเอา rule นี้ออกซะ หรือเพิ่มเงื่อนไขให้เช็คก่อนใน View Initilize

9. ปิดการใช้ SmartForm ListView Row Count

จากที่เคยเขียน Blog ว่าด้วยเรื่องการแสดง Paging ใน Listview และ แก้ปัญหา SmartObjects สร้างข้อมูลซ้ำ หลังบ้านมีการทำงานโดยไปเรียก List method ขึ้นมา 2 ครั้งเพืื่อหาจำนวน page และเพื่อแสดงรายการ ทำให้เวลาในการโหลดข้อมูลนานขึ้น การไปตั้งค่า SmartObject.RuntimeListViewRowCount = false ก็จะช่วยให้ List method ต่าง ๆ ทำงานได้เร็วขึ้น

10. Tuning data source

ข้อนึงที่มักจะมองข้ามกัน คือการตรวจสอบที่ data soruce ตั้งต้นด้วยครับ ว่าเรียกใช้งานตรงๆ (ด้วยค่า input เดียวกับที่เราเรียกใน List view) ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ถ้าระยะเวลาในการโหลดนานย่อมส่งผลต่อการเรียกผ่าน List View ไปด้วย

ส่วนวิธีแก้ให้ทำการปรับแต่งตั้งแต่ที่ data source ด้วยครับ เช่นการใส่ index ใน view หรือ table, การแก้ logic ที่ web service หรือ stored procedure ให้ทำงานเร็วตั้งต้นทาง

สำหรับเทคนิคที่ได้แนะนำไปมีทั้งทำง่าย ๆ ปรับตามได้เลย จนไปถึงยากมีต้องใช้ effort ในการทำที่มากน้อยต่างกันไป ขอให้ลองเลือกใช้ให้เหมาะสมนะครับ ว่าจะเลือกปรับตามข้อไหนและความเร็วที่ได้จากการ tuning นั้นคุ้มค่ากับที่เราลงแรงทำไปหรือเปล่า

แก้ปัญหา SmartObjects สร้างข้อมูลซ้ำ

มาจากคำถามจากทางบ้านอีกเช่นกันครับ สำหรับปัญหาที่ว่าสร้างข้อมูลจาก SmartObjects แล้วพบว่ามีข้อมูลเข้าไป 2 records

ถ้าใครเจอปัญหานี้เหมือนกันให้ลองตรวจสอบว่าเราได้ตั้งค่าหรือมีอาการตามนี้หรือไม่

  1. SmartObjects ต่อกับ Stored procedure ใน SQL
  2. Method ใน SmartObjects ที่ใช้สร้างข้อมูลเป็น type แบบ List
  3. ทดสอบเรียกผ่าน SmartObjects Services Tester แล้วพบว่าสร้าง 1 record แต่ถ้าเรียกผ่าน SmartForm แล้วเข้าไป 2 records

methodList.png

ถ้าใครเจอว่ามีอาการดังกล่าว แสดงว่าน่าจะมาจากสาเหตุเดียวกันแล้วครับ ให้ลองตรวจสอบเพิ่มอีกครับว่าเราได้ไปเปิดการแสดงผล paging ใน List View ด้วยหรือไม่

วิธีตรวจสอบง่าย ๆ คือไปเปิด List View ขึ้นมานะ ว่ามีแสดง paging หน้าสุดท้ายหรือไม่ (ถ้าไม่ได้เปิดจะไม่มีในวงเล็บ) แต่ถ้ามีก็ชัดเลยครับ ไปอ่านวิธีแก้กันต่อด้านล่างได้เลย (ส่วนวิธีการเปิดเคยเขียนไว้ใน blog นี้ -> ว่าด้วยเรื่องการแสดง Paging ใน Listview)

listview3.png

สาเหตุของอาการนี้มีสองอย่างด้วยกัน คือเพราะ method ใน SmartObject เป็นแบบ List และมีการเปิด SmartObject.RuntimeListViewRowCount ไว้ ทำให้ทุก method ที่เป็น List จะถูกเรียกสองครั้งเสมอ

วิธีแก้มีสองวิธีครับ

  1. แบบง่าย: ก็คือไปปิดการแสดง paging ของ List View ซะ (SmartObject.RuntimeListViewRowCount = false) แต่ถ้าเรายังอยากได้ทั้งการแสดงผลแบบนี้ และยังสร้าง record ให้ไม่ซ้ำด้วย ไปทำตามข้อสองครับ
  2. แบบยาก: ต้นเหตุคือตัว stored procedure ส่งประเภท method มาเป็น List อยู่ เราต้องไปแก้ stored procedure ให้ส่งมาเป็นประเภท Execute แทน โดยการเพิ่มบรรทัด SET FMTONLY ON ใน stored procedure แนะนำให้อ่านวิธีแก้เต็ม ๆ ใน KB นี้ครับ -> Determined SmartObject method ‘List’ or ‘Execute’ when SmartObject was created from SQL Store Procedure

ST136024.jpg

ทำหน้า Search View เพื่อสนับสนุนการ Search พร้อมกันหลาย fields ด้วย Store Procedure Smart Object

ในกรณีที่เราต้องการสร้าง Search View จาก Smart Object ของ K2 นั้น ในกรณีปกติ เราก็จะสร้าง list view ซึ่งก็จะสามารถ Search ได้ด้วยการใช้ Filter หรือ Quick Search ที่จะให้เราเลือก Field ได้

แต่ในกรณีที่เราต้องการสร้างหน้า Search form ที่ต้องการให้ Search ได้หลายๆ Field พร้อมกันล่ะ ต้องทำยังไง

เมื่อลองคิดไปคิดมา ก็จะเห็นว่า Solution ที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือ ไปสร้าง View ที่มี textbox หลายๆตัว แล้วก็เขียน Rules ครอบ ว่าถ้า textbox ไหนมีค่า ก็เอามา AND แล้ว Search พร้อมกัน

แต่เมื่อคิดดีๆ วิธีนี้จะยุ่งยากมาก ตอนที่เขียน rules ยิ่งมี Field เยอะ rules ยิ่ง complex

วันนี้เรามาเสนอทางวิธีการสร้าง Search View แล้วใช้ Store Procedure Smart Object ช่วย

วิธีทำมีดังนี้

  1.  ไปสร้าง Store Procedure ที่รับ Parameter หลายๆ Field ใน MSSQL (ใน SQL Management Studio มี tools ที่ช่วยสร้าง Store procedure อยู่แล้ว)

2. เมื่อเราสร้างและทดสอบ Store procedure ของเราแล้ว ว่าเวลารับ parameter มา query ได้ถูกต้อง งานของเราก็เสร็จไปแล้วกว่า 50%

(ความคิดเห็นส่วนตัว: เราสามารถเขียน Store Procedure handle กรณีที่มีหลายๆ Field ได้ดีกว่าไปเขียน Rules บน K2 เช่น จากตัวอย่างข้างล่าง คือถ้ามีค่า ก็เอาไป And ไม่มีค่า ก็ set เป็น NULL)

3. เรา Create SmartObject ผ่าน Store Procedure ที่เราสร้างผ่าน Smart Object Service Tester (SQL Server Service -> Stored Procedures -> Create Smart Object

4. เมื่อเราได้ Smart Object เราก็ไปสร้าง view ได้ ซึ่งจะมี Method List ไว้ให้เราใช้

5. พอเราสร้าง Form เสร็จ เราก็ไปสร้าง Rules ตอนที่ กด submit Search ให้เอาค่าจาก textbox แต่ละช่องไปเป็น Parameter ใน View ที่เราสร้างมาจาก Store Procedure Smart Object

ซึ่งผลที่ได้ก็คือเป็นการ Execute View Method ที่รับ Parameter ได้หลายตัวนั้นเอง

เราก็เลยทำ Search View แบบหลายๆ Field ได้สะดวกมากๆ

ปล. รูปและเนื้อหาส่วนใหญ่ในนี้เอามาจาก http://community.k2.com/t5/K2-blackpearl/Filter-List-View-based-on-Text-Box-Value/td-p/82761 ซึ่งเขียนดีอยู่แล้ว ไปอ่านกันได้เลย

ย้อน version ของ K2 component ยังไงกันนะ?

Blog นี้เริ่มจากคำถามจากทางบ้านนะครับ ว่าในการพัฒนา K2 เห็นมีการเก็บ version ไว้ ทั้ง Workflow , SmartForm และ SmartObject

version.png

แต่ยังหาวิธีการย้อน version ไม่เจอว่าต้องทำยังไง ใน blog นี้เลยจะบอกวิิธีการของแต่ละส่วนครับ

1. Workflow

เริ่มด้วยการย้อน version ของ workflow ก่อนนะครับ เพราะเป็นส่วนที่ทำได้ง่ายที่สุดแล้ว เราสามารถเข้าไปดู version ของ workflow ได้ผ่านทาง K2 Workspace หรือ K2 Management (สำหรับ version 4.7 ขึ้นไป)

สำหรับ K2 Workspace ไปที่เมนู [Server name] -> Workflow Server -> Processes -> [Process Name] -> Versions

processVersion.png

สำหรับ K2 Management ไปที่ Workflow Server -> [Workflow name] แล้วกดที่ tab Versions

processVersion47

โดยในทั้งสองไซต์ เราสามารถเลือกย้อน version ในการทำงานของ workflow ได้โดยเลือกกดที่ Set as default (มีผลเฉพาะกับ workflow ที่ยังไม่ start มานะครับ) และสามารถเลือก Download workflow version นั้น มาแก้ไขได้อีกด้วย

2. SmartForm

การย้อน version ของ smartform สามารถทำได้โดยใช้ stored procedure ที่ชื่อ Form.mRevertToVersion โดยสามารถย้อนได้ทั้ง View และ Form

สามารถตามไปอ่านวิธีการ step by step ได้ที่ -> How to roll back to a deleted or previous version of a View or a Form

3. SmartObjects

SmartObject นั้นเก็บโครงสร้างอยู่ที่ database ของ K2 แยกตาม version ที่ deploy ไป ดังนั้นการย้อน version SmartObject นั้นต้องทำตรงที่ database เลย โดยไม่ได้มี stored procedure ช่วย เหมือนการย้อน SmartForm

วิธีการทำก็คือ ต้องใช้ SQL Command ในการ update โดยนำ XML ใน SmartObjectXML ของ version ที่ต้องการย้อนกลับไป นำมาอัพเดทให้ version ล่าสุดนั่นเอง

smoVersion.png

ย้อน version SmartForm กับ SmartObject เป็นการทำงานตรงกับ database ของ K2 ซึ่งอาจมีโอกาสเกิดความผิดพลาดกับ database แนะนำว่าไม่ควรทำบนเครื่อง Production และให้ backup database K2 ทั้งก้อน ก่อนจะเริ่มทำนะครับ